arnon.work

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๒

ให้นายสำเริง แสงภร่วงค์ พ้นจากตำแหน่ง รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติมอบหมาย ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ให้เป็นไปตามข้อนี ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทรลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตังข้าราชการ ตามวรรคหนึ่งให้ดำรงตำแหน่ง ตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ข้าราชการตามวรรคหนึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เดิม และไปช่วยราชการในตำแหน่งใหม่ ตังแต่ วันถัดจากวันที่คำสั่งนีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตังให้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๑๓

ให้กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมทรัพยากรนา กรมทรัพยากรนาบาดาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรนาและการเกษตร (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภรมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรนา ดำเนินการสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ในการให้ข้อมรลและเชื่อมต่อข้อมรลด้านทรัพยากรนาตามที่สำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติกำหนด เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๕ ง โดยมอบหมายให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรนาและการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลัก ในการบร ณาการและเชื่อมต่อข้อมรลให้กับสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติ ในระยะแรก

มาตรา ๑๔

ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติเปลี่ยนแปลงคำสั่งนีได้

มาตรา ๑๕

ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามคำสั่งนี ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติวินิจฉัย คำวินิจฉัยของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้เป็นที่สุด ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณหรือการปฏิบัติภารกิจของกรมชลประทานและกรมทรัพยากรนา ที่โอนไปเป็นของสำนักงานทรัพยากรนาแห่งชาติตามคำสั่งนี ให้คณะกรรมการทรัพยากรนาแห่งชาติ เป็นผร้วินิจฉัย

มาตรา ๑๖

คำสั่งนีให้ใช้บังคับตังแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙