มาตรา ๗
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๑/๑ และมาตรา ๑๑/๒ แห่งพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๑/๑ ในกรณีที่มีการจัดให้มี กอ.รมน. ภาค ตามมาตรา ๑๑ ให้ กอ.รมน. ภาค แต่ละแห่งมีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคประกอบด้วย ผอ.รมน.ภาค เป็นประธานกรรมการ อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด แม่ทัพน้อย ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่ อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยเขตที่อยู่ในเขตพื้นที่ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค ที่อยู่ในเขตพื้นที่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการอื่นที่อยู่ในเขตพื้นที่ซึ่ง ผอ.รมน.ภาค แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ผอ.รมน.ภาค แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค เป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา ๑๑/๒ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) อำนวยการ บูรณาการ และประเมินผลการดำเนินงานการรักษาความมั่นคงภายในภาค เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง
(๒) นำนโยบายของรัฐบาล และนโยบายในการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดมาตรการที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่
(๓) บูรณาการ ประสานงาน และเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในเขตพื้นที่ ให้เป็นไปตามแผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริม ความมั่นคงของชาติ
(๔) ให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ การปฏิบัติงานของ กอ.รมน.จังหวัด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(๕) แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๖) มีหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย”
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓/๑ และมาตรา ๑๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๓/๑ ในกรณีที่มีการตั้ง กอ.รมน. จังหวัด ตามมาตรา ๑๓ ให้ กอ.รมน. จังหวัดแต่ละแห่ง มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประกอบด้วย ผอ.รมน. จังหวัด เป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้าที่ทำการอัยการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าสำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ผู้แทนกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงพลังงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงแรงงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนมณฑลทหารบกที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการอื่นซึ่ง ผอ.รมน. จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ผอ.รมน. จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ให้ปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา ๑๓/๒ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนวยการ บูรณาการ และประเมินผลการดำเนินงานรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๒) กำหนดแนวทางในการจัดทำแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และพิจารณาให้ความ เห็นชอบแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดและแผนงานโครงการด้านอื่น ๆ อาทิ ด้านการรักษาความสงบ เรียบร้อย ด้านเศรษฐกิจและสังคมของทุกส่วนราชการในจังหวัดที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงภายในจังหวัด เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง
(๓) กำหนดแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงภายในจังหวัด เพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการพิจารณา
(๔) พิจารณาให้ความเห็นต่อการดำเนินการตามแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนที่มีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในจังหวัด โดยเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับไปประกอบ การพิจารณา
(๕) ให้คำปรึกษาแนะนำหรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๗) เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลหรือจัดส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานประกอบ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของคณะกรรมการ”
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๑๔/๑ การประชุม การปฏิบัติหน้าที่ และการพ้นจากตำแหน่งของคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามมาตรา ๑๑/๒
(๕) และมาตรา ๑๓/๒
(๖) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกำหนด”
ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษา ความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙