มาตรา ๕
ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์ ดังต่อไปนี้
(๑) สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.อ.บ.”
(๒) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”
(๓) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.”
(๔) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) ตรี เรียกว่า “แพทยศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.บ.”
(๕) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๕ ก
(๖) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”
(๗) สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อส.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “อส.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีดังต่อไปนี้
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่า มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้
(ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีประจำคณะหรือสถาบัน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดเป็นผ้าสีฟ้าน้ำทะเล กว้าง ๓เซนติเมตรขนาบด้วยแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร
(ข) สำรดต้นแขน แบ่งเป็นสามตอน ระยะห่างตอนละ ๓ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๕เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง
(ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีประจำคณะหรือสถาบัน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดเป็นผ้าสีฟ้าน้ำทะเล กว้าง ๓เซนติเมตร ขนาบด้วยแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขนสองตอน
(๓) ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขนหนึ่งตอน กว้าง ๘.๕ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล มีแถบทอง กว้าง ๒เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง
(๔) ครุยแพทยศาสตรบัณฑิตและครุยบัณฑิต
(ก) ครุยแพทยศาสตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต
(ข) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขนหนึ่งตอน เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๕ ก
เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีลักษณะเป็นรูปตรา สัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะสีเงิน สูง ๖ เซนติเมตร
ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภา มหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีดังต่อไปนี้
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาวผ่าอกตลอดยาว คลุมเข่า มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้
(ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบทอง กว้าง ๒เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง
(ข) สำรดต้นแขน แบ่งเป็นสี่ตอน ระยะห่างตอนละ ๓ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๕เซนติเมตรพื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง
(ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล กว้าง ๑๒เซนติเมตร มีแถบทอง กว้าง ๒เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะสีทอง ประกอบด้วยเครื่องหมายตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยร้อยเรียงเป็นเส้น กึ่งกลางสายสร้อยประดับ ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยดุนนูนลงยา ยึดติดกับครุยประมาณร่องหัวไหล่และมีโบดิ้นทองประดับ บนบ่าทั้งสองข้าง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่ไม่มีสายสร้อย และโบดิ้นทองประดับ และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีเงินติดบนสำรดรอบขอบ ด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่ไม่มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย และมีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีเงิน ประกอบด้วยเครื่องหมายตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยร้อยเรียงเป็นเส้น กึ่งกลางสายสร้อยประดับตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยดุนนูนลงยา ยึดติดกับครุยประมาณร่องหัวไหล่ และมีโบดิ้นทองประดับบนบ่าทั้งสองข้าง
(๔) คณาจารย์ ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่า มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๕ ก
(ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล กว้าง ๑๒เซนติเมตร มีแถบทอง กว้าง ๒ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๑ เซนติเมตร ทั้งสองข้างทาบแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีเงินติดบนสำรดรอบขอบ ด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(ข) สำรดต้นแขน แบ่งเป็นสองตอน ระยะห่างตอนละ ๖ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๕เซนติเมตรพื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง
(ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสีฟ้าน้ำทะเล กว้าง ๕เซนติเมตร มีแถบทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง
สีประจำคณะและสถาบัน มีดังต่อไปนี้
(๑) คณะเกษตรศาสตร์ สีเขียวอ่อน
(๒) คณะพยาบาลศาสตร์ สีขาว
(๓) คณะวิทยาการจัดการ สีบานเย็น
(๔) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีเหลือง
(๕) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมู
(๖) คณะศิลปศาสตร์ สีฟ้า
(๗) สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา สีเขียวขี้ม้า
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙