arnon.work

มาตรา ๒

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ๓

ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เป็นรูปยอดใบเสมาสีฟ้าคราม และมีลักษณะ เป็นรูปมือสองข้างประนมเข้าหากัน ภายในประกอบด้วย รูปหยดน้ำอยู่ตรงกลาง ด้านล่างเป็นรูปเปลวเทียน ตัดเส้นโค้งรูปหยดน้ำ ด้านใต้เป็นชื่อมหาวิทยาลัยใช้อักษรไทยว่า “มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์” หรือใช้อักษร อังกฤษว่า “KALASIN UNIVERSITY”

มาตรา ๔

ตราสัญลักษณ์ตามมาตรา ๓ มีความหมายดังต่อไปนี้

(๑) รูปยอดใบเสมา มีที่มาจากรูปทรง ๓ รูป ได้แก่ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๖๓ ก

(ก) ปลายยอดขององค์พระธาตุยาคู ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดกาฬสินธุ์ สื่อความหมายถึง ปัญญาและคุณธรรมอันเป็นสองสิ่งที่ประเสริฐที่สุด

(ข) ใบเสมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ สื่อความหมายถึง ความมีอารยธรรม ความยิ่งใหญ่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง

(ค) เปลวเทียน สื่อความหมายถึง ความสว่างไสว ความรู้ ปัญญา และคุณธรรม

(๒) รูปมือสองข้างประนมเข้าหากัน สื่อความหมายถึง การบูรณาการร่วมกันของสองสถาบัน คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหลัก ในการก่อกำเนิดของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

(๓) รูปหยดน้ำ สื่อความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์

(๔) รูปเปลวเทียน แบ่งเป็น ๓ ส่วน สื่อความหมายถึง การผนวกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นปณิธานและพันธกิจของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ที่มุ่งใช้ เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม

(๕) สีของตราสัญลักษณ์เป็นสีฟ้าคราม โดยสีฟ้าครามเข้ม สื่อความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ของความรู้และปัญญา ความเป็นอิสระ แรงบันดาลใจ และพลังความคิดสร้างสรรค์ และสีฟ้าครามอ่อน สื่อความหมายถึง บัณฑิตผู้มีความอดทน มุ่งมั่น สงบ และอ่อนน้อม

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙