มาตรา ๗
เมื่อกรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัดได้รับคำร้องขอรับหนังสือรับรอง ตามข้อ ๔ แล้ว ให้ออกหนังสือรับรองแก่ผู้รับบำนาญ หนังสือรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมบัญชีกลางกำหนด
ผู้รับบำนาญสามารถนำหนังสือรับรองตามข้อ ๕ ไปใช้เป็นหลักทรัพย์ในการประกัน การกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ ในการขอกู้เงินตามวรรคหนึ่ง ผู้รับบำนาญต้องแจ้งให้บุคคลผู้มีสิทธิจะได้รับบำเหน็จตกทอด ได้ทราบถึงการนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ในการประกันการกู้เงินด้วย
เมื่อสถาบันการเงินและผู้รับบำนาญได้ทำสัญญากู้เงิน และสถาบันการเงินได้จ่ายเงิน ให้แก่ผู้รับบำนาญรายใดแล้ว ให้สถาบันการเงินแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการ หักเงินบำนาญรายเดือนตามสัญญากู้เงินต่อไป วิธีการแจ้งข้อมูลและการหักเงินบำนาญตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมบัญชีกลาง กำหนด
ผู้รับบำนาญต้องยินยอมให้ส่วนราชการผู้เบิกเบี้ยหวัดบำนาญหักเงินบำนาญรายเดือน เพื่อชำระคืนเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงินตามสัญญากู้เงิน
ในกรณีที่ผู้รับบำนาญไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญากู้เงินได้ ให้กรมบัญชีกลาง และสถาบันการเงินดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้รับบำนาญผิดสัญญากู้เงิน ให้สถาบันการเงินตรวจสอบจำนวนเงินที่ผู้รับบำนาญ ต้องชำระคืน และแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อที่จะชำระคืนเงินกู้ในส่วนที่เหลือตามสัญญากู้เงิน แต่ต้องไม่เกิน จำนวนที่นำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ในการประกันการกู้เงินตามที่ระบุในหนังสือรับรอง
(๒) กรณีที่ผู้รับบำนาญถึงแก่ความตาย ให้กรมบัญชีกลางแจ้งสถาบันการเงินเพื่อให้สถาบัน การเงินตรวจสอบจำนวนเงินที่ผู้รับบำนาญต้องชำระคืน และให้กรมบัญชีกลางชำระคืนเงินกู้ในส่วน ที่เหลือตามสัญญากู้เงิน แต่ต้องไม่เกินจำนวนที่นำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ ในการประกันการกู้เงินตามที่ระบุในหนังสือรับรอง วิธีการชำระคืนเงินกู้ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมบัญชีกลางกำหนด
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙