arnon.work

มาตรา ๔

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

ให้ศาลแขวงนครราชสีมาในจังหวัดนครราชสีมา มีเขตอำนาจในอำเภอขามทะเลสอ อำเภอขามสะแกแสง อำเภอครบุรี อำเภอจักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย อำเภอโนนไทย เล่ม ๑๓๑ ตอนที่ ๓๗ ก อำเภอโนนสูง อำเภอปักธงชัย อำเภอพระทองคำ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอเสิงสาง และอำเภอหนองบุญมาก

มาตรา ๔

ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๑ ตอนที่ ๓๗ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากเมื่อได้มีการเปิดทำการ ศาลจังหวัดพิมายแล้ว ศาลแขวงนครราชสีมาและศาลจังหวัดพิมายจะมีเขตอำนาจทับซ้อนกันในบางท้องที่ คือ อำเภอชุมพวง อำเภอพิมาย อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย และอำเภอห้วยแถลง สมควรตัดท้องที่ ที่ทับซ้อนกันออกจากเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา โดยให้คดีที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอชุมพวง อำเภอพิมาย อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย และอำเภอห้วยแถลงอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดพิมายเพียงแห่งเดียว เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในเรื่องเขตอำนาจศาลและได้รับความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี ประกอบกับ ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ในเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา กล่าวคือ มีการตั้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติขึ้นโดยแยกออกมาจากอำเภอจักราช และยกฐานะกิ่งอำเภอพระทองคำ อำเภอโนนไทย ขึ้นเป็นอำเภอพระทองคำ ยกฐานะกิ่งอำเภอวังน้ำเขียว อำเภอปักธงชัย ขึ้นเป็นอำเภอวังน้ำเขียว และ ยกฐานะกิ่งอำเภอหนองบุนนาก อำเภอโชคชัย ขึ้นเป็นอำเภอหนองบุนนาก ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอ หนองบุญมาก สมควรเพิ่มท้องที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอพระทองคำ อำเภอวังน้ำเขียว และอำเภอ หนองบุญมากในเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง ท้องที่ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙