มาตรา ๕
ในจังหวัดภูเก็ตให้มีศาลแขวงหนึ่งศาล คือ ศาลแขวงภูเก็ต มีเขตอำนาจ ในอำเภอทุกอำเภอ
ให้เปิดทำการศาลแขวงภูเก็ตตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๑๙ ก
ในระหว่างที่ยังมิได้เปิดทำการศาลแขวงภูเก็ตตามมาตรา ๔ ให้ศาลจังหวัดภูเก็ต มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตอำนาจของศาลแขวงภูเก็ตด้วย
บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดภูเก็ต ในวันเปิดทำการศาลแขวงภูเก็ตตามมาตรา ๔ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัดภูเก็ต บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งให้ผัดฟ้อง หรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน แล้วแต่กรณี ในวันเปิดทำการศาลแขวงภูเก็ต ให้ศาลจังหวัดภูเก็ต มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๑๙ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีคดีความเข้ามาสู่ การพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่มีศาลจังหวัดภูเก็ตเพียงศาลเดียว ซึ่งต้องรับภาระพิจารณาพิพากษาคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของศาลจังหวัด และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ในท้องที่ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว ประหยัด เสมอภาค และเป็นธรรม สมควรจัดตั้งศาลแขวงในจังหวัดภูเก็ตหนึ่งศาล มีเขตอำนาจในอำเภอทุกอำเภอ และเปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ และโดยที่มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและ วิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ บัญญัติว่า ให้ตั้งศาลแขวงตามกฎหมายว่าด้วย พระธรรมนูญศาลยุติธรรมขึ้นในทุกจังหวัด ในจังหวัดหนึ่งจะมีศาลแขวงกี่ศาล และมีเขตอำนาจเพียงใด และ จะเปิดทำการได้เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙