มาตรา ๖
ให้เปิดทำการศาลแขวงเวียงป่าเป้าตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๐ ก
ในระหว่างที่ยังมิได้เปิดทำการศาลแขวงเวียงป่าเป้าตามมาตรา ๔ ให้ศาลจังหวัดเชียงรายมีเขตอำนาจตลอดถึงเขตอำนาจของศาลแขวงเวียงป่าเป้าด้วย
บรรดาคดีของท้องที่อำเภอแม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้า ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ ในศาลจังหวัดเชียงรายในวันเปิดทำการศาลแขวงเวียงป่าเป้าตามมาตรา ๔ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไป ในศาลจังหวัดเชียงราย บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่ง ให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน แล้วแต่กรณี ในวันเปิดทำการศาลแขวงเวียงป่าเป้า ให้ศาลจังหวัดเชียงรายมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๐ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ประชาชนในจังหวัดเชียงรายมีจำนวน เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอแม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้ามาศาลจังหวัดเชียงราย มีระยะทางห่างไกล ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนผู้มีอรรถคดีสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรจัดตั้งศาลแขวงในจังหวัดเชียงรายหนึ่งศาล มีเขตอำนาจในอำเภอแม่สรวย และอำเภอเวียงป่าเป้า และเปิดทำการได้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ และโดยที่มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ บัญญัติว่า ให้ตั้งศาลแขวง ตามกฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมขึ้นในทุกจังหวัด ในจังหวัดหนึ่งจะมีศาลแขวงกี่ศาล และ มีเขตอำนาจเพียงใด และจะเปิดทำการได้เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙