arnon.work

มาตรา ๒

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต พ.ศ. ๒๕๕๒” เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๔๑ ก

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ๓

ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”

(๒) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.”

(๓) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๔) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”

(๕) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๔๑ ก

(๖) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

มาตรา ๔

ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีสามชั้น ดังต่อไปนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้า พอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และ สำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้

(ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีแสด กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดรอบขอบมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร ซึ่งขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง

(ข) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีแสด กว้าง ๑๓เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ถัดมาเป็นแถบสีเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ ทาบห่างจาก แถบสีเขียวข้างละ ๑ เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๐.๕ เซนติเมตร

(ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีแสด กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดปลายแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร ซึ่งขนาบด้วย แถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร จำนวน ๒แถบ ระยะห่าง ระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๑ เซนติเมตร

(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๔๑ ก

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙