มาตรา ๓๐
หมวด ๕ ศูนย์รับคำขอกลาง
มาตรา ๓๐–๓๓ · ๔ มาตรา
เพื่ อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้คณะรัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของสำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มี ศู นย์รับคำขอกลางขึ้ นในหน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยดำเนินการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ในการรับคำขอต่าง ๆ ตามกฎหมาย ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีจะมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ศูนย์ดังกล่าวก็ได้ โดยหน่วยงานของรัฐดังกล่าวเป็นผู้กำกับดูแล การมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการศูนย์รับคำขอกลางตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อ มีหลักประกันเพียงพอที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้าที่มีประสิทธิภาพ
เมื่อมีศูนย์รับคำขอกลางตามมาตรา ๓๐ แล้ว
(๑) ในกรณีที่ กฎหมายหรือกฎที่ ออกตามกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ต้ องยื่ นคำขอ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด ณ สถานที่ใด ถ้าได้มีการยื่นคำขอ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดไปยังศูนย์รับคำขอกลางแล้ว ให้ถือว่า ได้มีการยื่นคำขอ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดโดยชอบตามกฎหมายนั้นแล้ว
(๒) บรรดาเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดที่ศูนย์รับคำขอกลางได้รับไว้ตาม
(๑) ให้ศูนย์รับคำขอกลาง นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามของหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ หรือส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และแจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบทราบ
(๓) ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายจากเงินที่จะต้องนำส่งคลัง ให้ศูนย์รับคำขอกลางหักเงินดังกล่าวแทนและส่งมอบเงินที่หักไว้นั้นให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๘ ก โดยให้ศูนย์รับคำขอกลางมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายของศูนย์รับคำขอกลางตามอัตราที่จะได้ตกลงกับหน่วยงาน ของรัฐที่รับผิดชอบ
(๔) ระยะเวลาตามมาตรา ๑๘ ให้นับแต่วันที่ศูนย์รับคำขอกลางส่งเรื่องให้หน่วยงานของรัฐ ที่รับผิดชอบ โดยศูนย์รับคำขอกลางจะต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวไม่ช้ากว่าหนึ่งวันทำการ และให้นำมาตรา ๑๘ วรรคสี่ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(๕) ให้เป็นหน้าที่ ของหน่วยงานของรัฐที่ รับผิดชอบที่ จะต้องส่งคู่ มื อสำหรับประชาชน ตามมาตรา ๑๔ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ถู กต้องและเป็นปัจจุบันให้ศู นย์รับคำขอกลาง และดำเนินการให้มีการฝึกอบรมหรือชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคำขอกลาง เพื่อให้เกิดความชำนาญ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย
(๖) ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคำขอกลางที่จะต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๖ และต้องรับผิดชอบในฐานะเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖ ให้ศูนย์รับคำขอกลางจัดให้มีแบบคำขอกลางที่สามารถใช้ในการยื่นคำขอผ่านศูนย์รับคำขอกลางได้ ในหลายประเภทกิจการและต่อหลายหน่วยงานของรัฐ โดยหากการอนุญาตหรือบริการใดจำเป็น ต้องพิจารณาข้อมูลนอกเหนือจากข้อมูลที่ผู้ยื่นคำขอให้ไว้ในแบบคำขอกลาง ให้จัดทำเป็นแบบคำขอผนวก เฉพาะสำหรับการอนุญาตหรือบริการนั้น ให้ถือว่าแบบคำขอกลางและแบบคำขอผนวกตามวรรคสองเป็นแบบคำขอตามที่กฎหมาย ว่าด้วยการนั้นกำหนด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะอนุญาตให้ศูนย์รับคำขอกลางหักเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด ตาม
(๒) เป็นรายจ่ายสำหรับพัฒนาการให้บริการของศูนย์รับคำขอกลาง ไม่เกินร้อยละห้าสิบก็ได้
ให้ศูนย์รับคำขอกลางมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รับคำขอและค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด รวมตลอดทั้งคำอุทธรณ์ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
(๒) ให้ข้อมูล ชี้แจง และแนะนำผู้ยื่นคำขอหรือประชาชนให้ทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต ขอรับเงิน ขอรับสวัสดิการ หรือขอรับบริการ รวมตลอดทั้งความจำเป็น ในการยื่นคำขออื่นใดที่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ในการประกอบกิจการหรือดำเนินการ อย่างหนึ่งอย่างใด
(๓) ส่งคำขอ หรือคำอุทธรณ์ ที่ได้รับจากผู้ยื่นคำขอหรือผู้ยื่นคำอุทธรณ์พร้อมทั้งเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และคอยติดตามเร่งรัดหน่วยงานของรัฐดังกล่าว เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๘ ก เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ และคู่มือสำหรับประชาชน ตามมาตรา ๑๔ หรือตามกฎหมายที่ให้สิทธิในการอุทธรณ์ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามมาตรานี้ ให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์รับคำขอกลางมีฐานะ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙