มาตรา ๓
ให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บดอกเบี้ยการให้กู้ต่อจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงาน ในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ ผู้กู้ต่อ ในอัตราและเงื่อนไขเดียวกับที่กระทรวงการคลังกู้มาจากแหล่งเงินกู้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง กับการกู้เงินมาให้กู้ต่อ
ให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ ตามอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้ายกฎกระทรวงนี้ รัฐมนตรีจะอนุมัติให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อในกรณีดังต่อไปนี้ ต่ำกว่าอัตราตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้ายกฎกระทรวงนี้หรือไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมก็ได้
(๑) โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงาน ของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้รับผิดชอบ และดำเนินการ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๙๐ ก
(๒) โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยส่วนรวม แต่ไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุนในเชิงพาณิชย์
(๓) โครงการหรือแผนงานลงทุนใหม่ของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ตามยุทธศาสตร์ของแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
(๔) โครงการหรือแผนงานสนับสนุนสินเชื่อของสถาบันการเงินภาครัฐตามนโยบายของ รัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้สถาบันการเงินภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ ให้หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ ที่เสียค่าธรรมเนียมต่ำกว่าอัตราตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้าย กฎกระทรวงนี้หรือไม่เสียค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง บันทึกจำนวนเงินที่เป็นส่วนต่างของ ค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อที่ชำระจริง และค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่ออันพึงต้องชำระตามอัตราในบัญชี อัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุนจาก รัฐบาลในการดำเนินงาน
ภายใต้บังคับข้อ ๔ ให้สำนักงานประเมินระดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อยทุกรอบ สิบสองเดือน เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบัน การเงินภาครัฐ โดยพิจารณาจาก
(๑) ความเสี่ยงทางเครดิต ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านอุตสาหกรรม ความเสี่ยงด้านธุรกิจ และ ความเสี่ยงทางการเงิน รวมทั้งแผนการดำเนินงานในอนาคตและโครงสร้างของวงเงินกู้ยืม และ
(๒) ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน กับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่เป็นอัตราอ้างอิง ในกรณีที่ไม่สามารถหาส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนตาม
(๒) ได้ ให้พิจารณาระดับความ น่าเชื่อถือเฉพาะความเสี่ยงทางเครดิตตาม
(๑) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินระดับความน่าเชื่อถือตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม ที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะประกาศกำหนด
ในกรณีที่สำนักงานได้ประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ สำนักงานจะใช้ผลการประเมิน เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๙๐ ก ดังกล่าวเป็นผลการประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อ ก็ได้
เมื่อสำนักงานได้ประเมินระดับความน่าเชื่อถือของรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงิน ภาครัฐที่กระทรวงการคลังให้กู้ต่อตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ ๓ หรือใช้ผลการประเมินระดับ ความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบัน การเงินภาครัฐนั้นตามข้อ ๔ แล้วแต่กรณี แล้ว ให้แจ้งผลการประเมินให้รัฐวิสาหกิจหรือสถาบัน การเงินภาครัฐนั้นทราบ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙