มาตรา ๑
ให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐตามอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ท้ายกฎกระทรวงนี้ รัฐมนตรีจะอนุมัติให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ในกรณี ดังต่อไปนี้ ต่ำกว่าอัตราตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันท้ายกฎกระทรวงนี้หรือไม่เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมก็ได้
(๑) โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ
(๒) โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจในด้านสาธารณูปโภค พื้นฐานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม แต่ไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุนในเชิงพาณิชย์
(๓) โครงการหรือแผนงานลงทุนใหม่ของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจตามยุทธศาสตร์ ของแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
(๔) โครงการหรือแผนงานสนับสนุนสินเชื่อของสถาบันการเงินภาครัฐตามนโยบายของ รัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้สถาบันการเงินภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๙๐ ก ให้หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐที่เสียค่าธรรมเนียมต่ำกว่าอัตรา ตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันท้ายกฎกระทรวงนี้หรือไม่เสียค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง บันทึกจำนวนเงินที่เป็นส่วนต่างของค่าธรรมเนียมการค้ำประกันที่ชำระจริง และค่าธรรมเนียมการ ค้ำประกันอันพึงต้องชำระตามอัตราในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการดำเนินงาน
ภายใต้บังคับข้อ ๓ ให้สำนักงานประเมินระดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อยทุกรอบ สิบสองเดือน เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบัน การเงินภาครัฐ โดยพิจารณาจาก
(๑) ความเสี่ยงทางเครดิต ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านอุตสาหกรรม ความเสี่ยงด้านธุรกิจ และ ความเสี่ยงทางการเงิน รวมทั้งแผนการดำเนินงานในอนาคตและโครงสร้างของวงเงินกู้ยืม และ
(๒) ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน กับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่เป็นอัตราอ้างอิง ในกรณีที่ไม่สามารถหาส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนตาม
(๒) ได้ ให้พิจารณาระดับความ น่าเชื่อถือเฉพาะความเสี่ยงทางเครดิตตาม
(๑) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินระดับความน่าเชื่อถือตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะประกาศกำหนด
ในกรณีที่สำนักงานได้ประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ สำนักงานจะใช้ผลการประเมิน ดังกล่าวเป็นผลการประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการ ค้ำประกันก็ได้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙