มาตรา ๔
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ในพระราชบัญญัตินี้ “ความตกลง” หมายความว่า ความตกลงการสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ซึ่งรัฐบาลไทย ได้ร่วมลงนามไว้เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย “สำนักเลขานุการ” หมายความว่า สำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ที่จัดตั้งขึ้นตามความตกลง เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๖๗ ก
เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของสำนักเลขานุการให้บรรลุ ตามความมุ่งประสงค์ ให้สำนักเลขานุการเป็นนิติบุคคล และมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
ให้สำนักเลขานุการได้รับการยกเว้น ดังต่อไปนี้
(๑) ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายได้จากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสำนักเลขานุการ ตามความตกลง ทั้งนี้ ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
(๒) อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับข้าวที่นำเข้าเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงาน ตามความตกลง
ให้ผู้จัดการทั่วไปและรองผู้จัดการทั่วไปของสำนักเลขานุการ ได้รับการยกเว้น ดังต่อไปนี้
(๑) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉพาะในส่วนที่ได้รับจากสำนักเลขานุการ ทั้งนี้ ตามที่ประมวล รัษฎากรกำหนด
(๒) อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรในการนำเข้าของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านเรือน ภายในสามเดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่งครั้งแรกในสำนักเลขานุการ บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙