มาตรา ๒๐
หมวด ๔
มาตรา ๑๓–๒๑ · ๙ มาตรา
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน และหลักประกันใหม่แล้ว เห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ให้เสนอความเห็นไปยังนายทะเบียนเพื่อพิจารณาอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงหลักประกัน และให้นำข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงหลักประกัน ให้แสดงเหตุผลไว้ใน หนังสือแจ้งผลการพิจารณาพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ให้ผู้ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงหลักประกันทราบ
เมื่อหลักประกันที่ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานได้วางไว้ต่อนายทะเบียนตามข้อ ๑๓ ลดลงเพราะถูกใช้จ่ายไปตามข้อ ๑๖ ให้นายทะเบียนสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตจัดหางาน วางหลักประกันเพิ่มจนครบตามจำนวนเงินที่กำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และให้นำข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การขอรับหลักประกันคืนจะกระทำได้ต่อเมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งยกเลิกหรือเพิกถอน ใบอนุญาตจัดหางาน หรือประกาศให้ใบอนุญาตจัดหางานสิ้นสภาพ แล้วแต่กรณี และไม่มีความรับผิด หรือได้ชำระหนี้ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแล้ว ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานผู้ใดประสงค์จะขอรับหลักประกันคืน ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความรับผิดของผู้รับใบอนุญาตจัดหางานตามข้อ ๒๐ วรรคหนึ่ง กรณีที่ผลการตรวจสอบปรากฏว่าไม่มีความรับผิดหรือได้ชำระหนี้ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแล้ว ให้ทำความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนเพื่อพิจารณาสั่งคืนหลักประกันและมีหนังสือแจ้งแก่ผู้รับใบอนุญาต จัดหางานให้รับหลักประกันคืนต่อไป เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๓๓ ก กรณีที่ผลการตรวจสอบปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตจัดหางานมีความรับผิดหรือหนี้ที่จะต้องชำระ ตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ความรับผิดหรือหนี้ที่เหลือมีจำนวนน้อยกว่าหลักประกันที่วางไว้ ให้เจ้าหน้าที่ ทำความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนเพื่อพิจารณาสั่งลดหลักประกันลงให้เหลือเท่ากับความรับผิดหรือหนี้ ที่ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานจะต้องชดใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ และมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตจัดหางาน รับหลักประกันส่วนที่เกินคืน
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙