พระราชบัญญัติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามประกาศและคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๘
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๘๘ มาตราลำดับ ๖ จาก ๒๓ ในอื่น ๆ
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๕๘
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
ปรารภ
พระราชบัญญัติ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ที่แต่งตั้งตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามประกาศ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ที่แต่งตั้งตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๘”
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ให้
(๑) คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๕/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑๐ ก
(๒) คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒๐/๒๕๕๗ เรื่อง ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๑/๒๕๕๗ และแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ลงวันที่ ๖สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗เป็นคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(๓) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๔/๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็น คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
(๔) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๕/๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็น คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติแต่งตั้งขึ้นตามกฎหมาย ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
(๕) คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๖/๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ลงวันที่ ๖มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งนอกจากจะมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย การนั้นแล้ว ให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในประกาศหรือคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องด้วย การใดที่คณะกรรมการตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๕/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ ๖มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗และคณะกรรมการ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๑/๒๕๕๗เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายในฐานะเป็นคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม การลงทุน กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แล้วแต่กรณี เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑๐ ก
ให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน และคณะกรรมการกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้บังคับพ้นจากหน้าที่ แต่ไม่มี ผลกระทบถึงการใดที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยชอบ และในระหว่างที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติยังไม่สิ้นสุดลง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มิให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ในกรณีที่เห็นสมควร หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่ง ให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา ๓ (๑) (๒) (๓) และ
(๕) หรือให้กรรมการหรือที่ปรึกษาในคณะกรรมการดังกล่าว พ้นจากตำแหน่งได้ตามความเหมาะสม
ในกรณีที่กรรมการหรือที่ปรึกษาในคณะกรรมการตามประกาศและคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา ๓พ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาแทนได้ ในระหว่างที่ยังมิได้ มีการแต่งตั้งกรรมการหรือที่ปรึกษาแทน ให้คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยกรรมการและที่ปรึกษา เท่าที่มีอยู่
เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติสิ้นสุดลงตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแล้ว ให้คณะกรรมการตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา ๓พ้นจากตำแหน่ง และให้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน และคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ให้คณะกรรมการตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่พ้นจากตำแหน่ง ตามวรรคหนึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้น ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวหากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งใด ให้คณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ และเมื่อได้แต่งตั้งคณะกรรมการตามกฎหมายใดแล้ว ให้ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้องเป็นอันยกเลิก เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑๐ ก เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นครบทุกคณะแล้ว ให้พระราชบัญญัตินี้เป็นอันยกเลิก
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑๐ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออก ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๕/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒๐/๒๕๕๗ เรื่อง ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๑/๒๕๕๗ และแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ลงวันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ คำสั่งคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๔/๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๕/๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร นโยบายพลังงาน ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๖/๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและคณะกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติแต่งตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมิได้ยกเลิกคณะกรรมการตามกฎหมายดังกล่าว เป็นเหตุให้ คณะกรรมการสองชุดมีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกัน อันจะก่อให้เกิดความสับสนขึ้นได้ ประกอบกับการกำหนด ให้มีคณะกรรมการดังกล่าวขึ้นก็เพื่อดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพในระหว่างเวลากำลัง ดำเนินการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ สมควรกำหนดขอบเขตของการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและ ความสิ้นสุดของประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้องไว้ให้ชัดเจน จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน