มาตรา ๖
เพื่อให้การจัดสรรน้ำของประเทศและการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเป็นไปอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม เกิดความสมดุลและยั่งยืน การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต ให้พิจารณาปัจจัย ดังต่อไปนี้ประกอบด้วย
(๑) ความสอดคล้องกับแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๒) ความสอดคล้องกับแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำของแต่ละลุ่มน้ำ
(๓) ความสอดคล้องกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วมของแต่ละลุ่มน้ำ
(๔) ความสอดคล้องกับลำดับความสำคัญของการใช้น้ำในแต่ละลุ่มน้ำตามที่คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ำแห่งชาติกำหนด
(๕) ปัจจัยอื่นที่จำเป็นต้องคำนึงถึงเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง และภาวะน้ำท่วม การบำรุงรักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำสาธารณะ
ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยแผนการบริหารจัดการน้ำและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและ ครบถ้วน กรณีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย
ใบอนุญาต ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออก
ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจกรรมในทรัพยากรน้ำสาธารณะ หรือกิจการการใช้น้ำที่ได้รับอนุญาตภายในอายุใบอนุญาต หากยังคงเป็นกิจกรรมหรือกิจการที่อยู่ภายใต้ การใช้น้ำประเภทเดียวกัน ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้ทำการเปลี่ยนแปลง และให้อธิบดีบันทึกการเปลี่ยนแปลงนั้นไว้ในใบอนุญาต หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจกรรมจากการใช้น้ำประเภท ที่สองเป็นการใช้น้ำประเภทที่สาม ให้ดำเนินการขอรับใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม
ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่เกินเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยแผนการบริหารจัดการน้ำ และเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ในกรณีที่ยังไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตหลังจาก ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุแล้ว ให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตยังคงใช้น้ำตามที่ได้รับอนุญาตต่อไปได้จนกว่าอธิบดี จะมีคำสั่งไม่อนุญาต เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๔ ก ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้ต่ออายุใบอนุญาตโดยอนุโลม
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙