มาตรา ๑๕
หมวด ๒ คำร้องและการยื่นคำร้อง
มาตรา ๘–๑๘ · ๑๑ มาตรา
เมื่อได้รับคำร้องที่ยื่นภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๓ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบคำร้อง ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องครบถ้วนให้ออกใบรับ ตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง แต่หากคำร้องไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วย แล้วแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องทราบ ในกรณีการยื่นคำร้องมิได้กระทำ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องลงนามในบันทึกนั้นไว้ด้วย และเมื่อได้รับคำร้องที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ออกใบรับตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง และให้พนักงานเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและ ความเสียหายต่อไปโดยเร็ว ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำร้องไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำร้องหรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พิจารณาข้อเท็จจริงตามเอกสารหรือหลักฐานเท่าที่ปรากฏ
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและ ความเสียหายเสร็จแล้ว ให้เร่งจัดทำรายงานพร้อมความเห็นเสนอต่อเลขาธิการโดยเร็ว เพื่อขอความเห็นชอบ ในการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาต่อไป
เมื่อเลขาธิการให้ความเห็นชอบให้เสนอคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณามีมติให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งอย่างน้อยจะต้องมีรายการข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นให้ดำเนินการเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหาย ดังต่อไปนี้
(๑) รายการผู้เสียหายและจำนวนความเสียหายที่เห็นควรร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืน ในกรณีที่ ปรากฏหลักฐานว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ดังกล่าว
(๒) รายการผู้เสียหายพร้อมด้วยประเภทและจำนวนความเสียหายที่เห็นควรร้องขอให้ศาล มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายตามสัดส่วน ความเสียหาย ในกรณีที่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว
(๓) รายการผู้เสียหายหรือผู้ยื่นคำร้องซึ่งไม่มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมเหตุผลประกอบ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก
(๔) สถานะการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องทรัพย์สินหรือค่าเสียหายตามกฎหมายอื่น
เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ให้เลขาธิการ ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อไปโดยเร็ว แต่หากมีมติไม่เห็นชอบด้วยให้คำร้องหรือข้อเท็จจริง เกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายนั้นตกไป และให้มีหนังสือแจ้งมติไม่เห็นชอบดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย หรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายใดไม่เห็นด้วยกับ มติคณะกรรมการธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง ให้มีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาทบทวนได้ โดยจัดทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้งและเหตุผลที่สนับสนุนข้อโต้แย้งนั้นพร้อมด้วยพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องยื่นต่อเลขาธิการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งมติดังกล่าว ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีหนังสือแจ้งมติดังกล่าวพร้อมกับแจ้งด้วยว่าหากปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในภายหลังว่าผู้เสียหาย หรือบุคคลตามข้อ ๘ ได้ดำเนินการตามกฎหมายอื่นเป็นผลให้ได้รับคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหาย ตามกฎหมายอื่นเต็มจำนวนความเสียหายหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานดังกล่าวแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบข้อเท็จจริงนั้นด้วย
ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมเห็นว่าเรื่องที่เสนอให้พิจารณานั้นยังมีข้อเท็จจริง ไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัย ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อไป
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙