มาตรา ๒๕
หมวด ๓ การเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สิน
มาตรา ๑๙–๒๕ · ๗ มาตรา
การนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ผู้เสียหายตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายที่ยื่นคำร้องตามข้อ ๓ ให้สำนักงานมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายหรือบุคคล เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ตามข้อ ๘ มารับทรัพย์สิน ณ สำนักงานหรือสถานที่อื่นใดตามที่สำนักงานกำหนด หรือโอนเงิน เข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ ตามที่ได้รับแจ้งความประสงค์ไว้ โดยผู้เสียหาย หรือบุคคลตามข้อ ๘ นั้นเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการโอนเงินดังกล่าว
(๒) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายในความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการบังคับ ใช้แรงงานหรือบริการที่สำนักงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียหายนั้นจากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ให้สำนักงานส่งทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือจำหน่าย โดยวิธีอื่นให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์และเลขาธิการตกลงกัน
(๓) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายในความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรซึ่งสำนักงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้เสียหายนั้นจากหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ ให้สำนักงานส่งทรัพย์สินหรือเงิน ที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นใดให้หน่วยงานดังกล่าวเพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืน หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด
ให้สำนักงานจัดทำบัญชีการนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืน หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายไว้เป็นฐานข้อมูล โดยจะจัดเก็บโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ให้เลขาธิการจัดให้มีการตรวจทานความถูกต้องของบัญชีตามวรรคหนึ่งเป็นระยะ
ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ มีหนังสือสละสิทธิการได้รับคืนหรือชดใช้คืน ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล หรือไม่มารับคืน หรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายภายในสองปีนับแต่ได้รับแจ้งจากสำนักงานแล้ว ให้สำนักงาน ดำเนินการนำทรัพย์สินนั้นส่งเข้ากองทุน และในกรณีที่มีผู้มาขอรับคืนโดยใช้สิทธิขอรับคืนตามกฎหมายอื่น ซึ่งสามารถทำได้ถึงแม้จะเกินสองปีไปแล้ว ก็ให้สำนักงานส่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้มาขอรับคืนนั้น หากไม่อาจส่งคืนทรัพย์สินได้ ให้คืนเป็นเงินจากกองทุนแทน แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด หากไม่มีผู้มารับคืน เมื่อล่วงพ้นห้าปี ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของกองทุน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๙/๑ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้การรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ผู้เสียหายและความเสียหาย คำร้องและการยื่นคำร้อง และการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สิน เพื่อนำไปคืน หรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐานตามมาตรา ๔๙/๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙