มาตรา ๕
ในพระราชบัญญัตินี้ เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๘๔ ก “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎบัตรของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖
เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศ ในประเทศไทยให้บรรลุตามความมุ่งประสงค์ ให้ยอมรับนับถือว่าสถาบันมีสถานะเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
ให้สถาบันมีสิทธิรับบริการด้านการสื่อสารเช่นเดียวกับที่รัฐบาลให้แก่องค์การ ระหว่างประเทศอื่นๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลำดับก่อนหลังของการให้บริการ ค่าธรรมเนียม และค่าเรียกเก็บต่างๆ สำหรับการสื่อสารอย่างเป็นทางการ
ให้สินทรัพย์ รายได้ และทรัพย์สินของสถาบันได้รับยกเว้น
(๑) ภาษีทางตรงใดๆ แต่ไม่รวมถึงภาษีซึ่งไม่ได้เรียกเก็บมากไปกว่าค่าบริการสาธารณูปโภค
(๒) อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและภาษีทั้งปวงในการนำเข้าและส่งออกวัสดุ อุปกรณ์ สิ่งของ รวมทั้งยานพาหนะตามจำนวนที่สมควรซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงาน แต่การขาย และการโอนวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของ หรือยานพาหนะเช่นว่านั้นในประเทศไทย ต้องเป็นไปตามกฎหมายไทย
ให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งผู้อำนวยการของสถาบันได้แจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับยกเว้น
(๑) ภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรเฉพาะที่เรียกเก็บจากเงินเดือนและค่าตอบแทนในการ ทำงานที่ได้รับจากสถาบันตามที่จำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่
(๒) อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรในการนำเข้าของใช้ในครัวเรือนและของใช้ ส่วนตัวแต่ไม่รวมถึงยานพาหนะภายในหกเดือนหลังจากที่ได้เดินทางมาถึงในครั้งแรกเพื่อรับตำแหน่ง ในประเทศไทย หรือภายในหกเดือนหลังจากความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับ แล้วแต่ว่าวันใดจะเป็นวันหลัง แต่การจำหน่าย จ่าย โอนบรรดาสิ่งของเช่นว่านั้น ในประเทศไทย ต้องเป็นไปตามกฎหมายไทย
(๓) การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว โดยให้รวมถึงคู่สมรส บุตร และญาติซึ่งอยู่ในความอุปการะของบุคคลดังกล่าวด้วย เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๘๔ ก
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙