มาตรา ๕
กรรมการกฤษฎีกา*จะพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายแก่บุคคลดังต่อไปนี้
(๑) คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี
(๒) กระทรวงทบวงกรม
(๓) รัฐวิสาหกิจ
(๔) คณะกรรมการซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะเรื่อง โดยผ่านทางกระทรวง ทบวงกรมที่มีหน้าที่รับผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการนั้น ๆ
(๕) ผู้ว่าราชการจังหวัด เฉพาะปัญหาตามกฎหมายที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ต้อง ปฏิบัติหรือรับผิดชอบ
(๖) คณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือประธานสภาท้องถิ่น เฉพาะปัญหา ตามกฎหมายที่คณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือประธานสภาท้องถิ่นมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ หรือรับผิดชอบ
(๗) ผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ขอความเห็นทางกฎหมาย เป็นการเฉพาะราย
เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปตามขั้นตอนของการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่ องที่ กรรมการกฤษฎีกา*จะพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมาย จะต้องเป็นเรื่ องที่ ได้มี การ ปรึกษาหารือระหว่างส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบหรือรักษาการตามกฎหมายแล้วเว้นแต่จะเป็น กรณีเร่งด่วนหรือมีความจำเป็นอย่างอื่นตามที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีจะได้มีมติหรือคำสั่ง
ในกรณีที่การขอความเห็นทางกฎหมายมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบนี้ ถ้าเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือจำเป็น จะสั่งรับไว้เพื่อ พิจารณาก่อน แล้วแจ้งให้ส่วนราชการซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบหรือรักษาการตามกฎหมายทราบก็ได้ แต่ ถ้าเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเห็นว่ากรณีไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือจำเป็น ก็ให้ส่งเรื่องคืน ไปยังส่วนราชการที่ขอความเห็นมาเพื่อพิจารณาดำเนินการตามระเบียบต่อไป
ในกรณีที่เคยมีคำวินิจฉัยของกรรมการกฤษฎีกา*หรือของคณะกรรมการ วินิจฉัยร้องทุกข์ในประเด็นเดียวกันหรือในประเด็นที่อยู่ในลักษณะเดียวกันมาก่อนแล้ว เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกาจะตอบโดยส่งคำวินิจฉัยที่เคยมีมาแล้วไปให้โดยไม่ต้องดำเนินการให้มีการ พิจารณาวินิจฉัยใหม่ก็ได้ ในกรณีที่เป็นปัญหากฎหมายที่ไม่ซับซ้อนหรือเป็นเรื่องเร่งด่วนซึ่งจะต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้
ในการพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมาย ให้กรรมการกฤษฎีกา* หรือ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเชิญบุคคลดังต่อไปนี้ชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความ คิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา
(๑) ผู้แทนกระทรวง ทบวงกรมหรือรัฐวิสาหกิจเจ้าของเรื่อง
(๒) ผู้แทนกระทรวง ทบวงกรมราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่น ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา ตามที่กรรมการกฤษฎีกา*หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นสมควร ในการพิจารณาของกรรมการกฤษฎีกา ถ้าเรื่องที่พิจารณาเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของ เอกชน และกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าการฟังความคิดเห็นของเอกชนจะเป็นประโยชน์ จะขอให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเชิญผู้แทนของสถาบันฝ่ายเอกชน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ กรรมการกฤษฎีกา*เห็นสมควร เข้าร่วมชี้แจงให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการ พิจารณาด้วยก็ได้
ฉบับประกาศ · ยกเลิกแล้ว · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙