มาตรา ๙
ในการพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมาย ให้กรรมการกฤษฎีกา* หรือ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเชิญบุคคลดังต่อไปนี้ชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความ คิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา
(๑) ผู้แทนกระทรวง ทบวงกรมหรือรัฐวิสาหกิจเจ้าของเรื่อง
(๒) ผู้แทนกระทรวง ทบวงกรมราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่น ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา ตามที่กรรมการกฤษฎีกา*หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นสมควร ในการพิจารณาของกรรมการกฤษฎีกา ถ้าเรื่องที่พิจารณาเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของ เอกชน และกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าการฟังความคิดเห็นของเอกชนจะเป็นประโยชน์ จะขอให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเชิญผู้แทนของสถาบันฝ่ายเอกชน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ กรรมการกฤษฎีกา*เห็นสมควร เข้าร่วมชี้แจงให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการ พิจารณาด้วยก็ได้
ในกรณีที่ผู้แทนที่กระทรวง ทบวงกรมรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐส่ง มาชี้แจงหรือให้ความคิดเห็นตามข้อ ๗ไม่มีผู้ซึ่งทราบข้อเท็จจริงอันเป็นที่มาของปัญหากฎหมายที่ กำลังพิจารณา เพียงพอที่ จะให้ข้ อเท็จจริงเกี่ ยวกับปัญหาที่ กำลังพิจารณาได้ เมื่ อสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นสมควร หรือเมื่อได้รับคำร้องขอจากกรรมการกฤษฎีกา* ก็ให้แจ้งให้ กระทรวง ทบวงกรมรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐนั้นส่งผู้แทนมาใหม่หรือส่งผู้แทนมาเพิ่มเติมก็ได้
กรรมการกฤษฎีกา*จะไม่พิ จารณาให้ความเห็นทางกฎหมายในเรื่ อง ดังต่อไปนี้
(๑) เรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล
(๒) เรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสถาบันอื่นอยู่แล้วตามกฎหมายและกรรมการ กฤษฎีกา*เห็นว่าสมควรให้มีการดำเนินการตามกฎหมายนั้นก่อนเพื่อประโยชน์แก่การบริหารราชการ แผ่นดิน
(๓) เรื่องซึ่งหากให้ความเห็นแล้วจะมีผลกระทบกระเทือนในทางการเมือง หรือ ทางการต่างประเทศ ทั้งนี้ เว้นแต่จะเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีจะได้มีมติหรือมีคำสั่งเป็น การภายในให้พิจารณา
เมื่อกรรมการกฤษฎีกา*ได้พิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายในเรื่องใด เสร็จแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแจ้งให้กระทรวง ทบวงกรมรัฐวิสาหกิจ หรือผู้ที่ขอ ความเห็นมาทราบโดยเร็วและให้ส่งสำเนาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเรื่องนั้นเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบหรือเพื่อมีมติหรือคำสั่ง แล้วแต่กรณี ในการแจ้งความเห็นตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งไปด้วยว่าเรื่องดังกล่าวได้วินิจฉัยโดย กรรมการกฤษฎีกา*คณะใด หรือวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่กรรมการกฤษฎีกา* กระทรวงทบวงกรมรัฐวิสาหกิจ หรือผู้ขอความเห็นอาจขอให้ทบทวนปัญหาที่ กรรมการกฤษฎีกาคณะใดคณะหนึ่งได้วิ นิจฉัยไปแล้วอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ในกรณีนี้ให้เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของกรรมการกฤษฎีกาสองหรือสามคณะ เป็นการประชุมพิเศษ หรือจัดให้มีการประชุมใหญ่กรรมการกฤษฎีกา*เพื่อพิจารณาปัญหานั้นได้ตามที่ เห็นสมควร
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจวางข้อกำหนดและระเบียบ ปฏิบัติเกี่ยวกับการเผยแพร่ความเห็นทางกฎหมายของกรรมการกฤษฎีกา*ได้ตามความเหมาะสมเท่าที่ ไม่เป็นการเปิดเผยความลับของทางราชการ
ฉบับประกาศ · ยกเลิกแล้ว · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙