arnon.work

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๐

ให้นักกฎหมายกฤษฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ได้รับ แต่งตั้งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาและต้องปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรฐาน หน้าที่และความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติของนักกฎหมายกฤษฎีกา ตามข้อ ๖วรรคหนึ่ง ในกรณีที่นักกฎหมายกฤษฎีกาผู้ใดปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งไม่ เต็มเดือนในเดือนใด ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งสำหรับเดือนนั้นตามส่วนของจำนวนวันที่ได้ดำรง ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าวถ้าเดือนใดไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ ได้รับแต่งตั้งไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในเดือนนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ลา ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาป่วย ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ใน ปีงบประมาณหนึ่งไม่เกินหกสิบวันทำการ

(๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่ เกินเก้าสิบวัน

(๓) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลากิจส่วนตัว ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ใน ปีงบประมาณหนึ่งไม่เกินสี่สิบห้าวันทำการ

(๔) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อนประจำปี ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่าง ลาได้ไม่เกินระยะเวลาที่ผู้นั้นมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการลาของ ข้าราชการ

(๕) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย และตั้งแต่เริ่มรับราชการยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนา หรือยังไม่เคยประกอบพิธีฮัจย์ ณเมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับ ตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

(๖) ผู้ลาไปรับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับ ตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน แต่ถ้าพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วผู้นั้นไปรายงานตัว เพื่อเข้า ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งภายในเจ็ดวัน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในช่วง ระยะเวลาดังกล่าวด้วย

(๗) ผู้ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ให้ได้รับเงินเพิ่ม สำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

มาตรา ๑๑

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตาม ระเบียบนี้ โดยให้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเทียบระดับตำแหน่งให้เป็นไป ตามคุณสมบัตินักกฎหมายกฤษฎีกาที่กำหนดในระเบียบนี้ แล้วเสนอให้เลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามระเบียบนี้ เมื่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นัก กฎหมายกฤษฎีกาผู้นั้นได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง และให้งด การได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพล เรือน ให้ข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ระดับ ๑๐และระดับ ๑๑ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนักบริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ ระเบียบนี้ใช้บังคับ เป็นนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑และให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑

มาตรา ๑๒

ในวาระเริ่มแรก การเข้าสู่ตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นที่ ๑ระดับ ๘ ชั้นที่ ๒และชั้นที่ ๓สำหรับผู้ที่มิได้เป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรือน ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำหนด หลักเกณฑ์การทดสอบความรู้และประเมินผลงานทางวิชาการและประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเสนอเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งตั้งให้เป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจกำหนดเงื่อนไขในการแต่งตั้งตามที่เห็นสมควร ด้วยก็ได้ ให้ไว้ ณวันที่ ๑๖มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙

ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกา พ.ศ. 2551 มาตรา ๑๒ · arnon.work