มาตรา ๒
ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัยเพื่อการพัฒนา กฎหมายพ.ศ. ๒๕๓๕”
ในระเบียบนี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพัฒนากฎหมายตามกฎหมาย ว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา “ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา”หมายความว่าระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัยเพื่อการพัฒนากฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๕
ในการกำหนดค่าตอบแทนที่จะให้แก่ผู้ทรงลิขสิทธิ์งานวิจัยซึ่งได้ยินยอมให้นำ งานวิจัยมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมายตามข้อ ๓แห่ง ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้คณะกรรมการพิจารณาถึงคุณภาพของงานวิจัยในส่วนที่นำมาใช้ ประโยชน์ในการนำมาใช้ และปริมาณของงานวิจัยที่จะนำมาใช้
ในการกำหนดค่าตอบแทนให้แก่ผู้ดำเนินการวิจัยตามข้อ ๔วรรคสอง แห่ง ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัย เพื่อการพัฒนา กฎหมายพ.ศ. ๒๕๓๕ให้คณะกรรมการพิจารณาตามระดับความยากของโครงการวิจัย โดยใช้ แนวทางดังต่อไปนี้
(๑) โครงการวิจัยที่มีความยากในระดับปานกลาง ให้กำหนดค่าตอบแทนได้ไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐บาท
(๒) โครงการวิจัยที่ มี ความยากในระดับสูง ให้กำหนดค่าตอบแทนได้ไม่เกิน ๔,๐๐๐,๐๐๐บาท
(๓) โครงการวิจัยที่มีความยากในระดับสูงและเป็นการศึกษาวิจัยในลักษณะ สหวิทยาการให้กำหนดค่าตอบแทนได้ไม่เกิน ๖,๐๐๐,๐๐๐บาท ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖/ตอนที่๑๒ง/หน้า ๑๒๕/๑๑กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ข้อ ๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีดำเนินการให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัยเพื่อการพัฒนากฎหมาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๗ ๒ โครงการวิจัยที่มีความยากในการดำเนินการและจำเป็นเร่งด่วนเป็นพิเศษหรือต้อง ร่วมงานวิจัยกับสถาบันอื่นในประเทศหรือต่างประเทศ คณะกรรมการจะกำหนดค่าตอบแทนให้สูงกว่า ที่กำหนดไว้ใน (๑) (๒) หรือ
(๓) ก็ได้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙