ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๖
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๒๗ไม่แบ่งมาตราลำดับ ๑๖ จาก ๑๙ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๒๗
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- ประกาศกระทรวง
ปรารภ
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายพ.ศ.๒๕๒๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๖ ด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ได้มีผลบังคับใช้ มีผลให้ ความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายในบัญชีที่ ๑(ลำดับที่ ๑๖๖)เป็นความผิดทางพินัย ตั้งแต่วันที่ ๒๕ตุลาคม ๒๕๖๖ในการนี้เพื่อให้การปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ทรายพ.ศ. ๒๕๒๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพจึงสมควรออก ประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕มาตรา ๕แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ประกอบข้อ ๑๐ของ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อ ๒ เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรมดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ทรายพ.ศ. ๒๕๒๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม ๒.๑เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ๒.๒รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ๒.๓เลขานุการกรม ๒.๔ผู้อำนวยการ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ๒.๕ผู้อำนวยการ กองอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาลทรายและอุตสาหกรรม ต่อเนื่อง ๒.๖นิติกรระดับชำนาญการขึ้นไป ข้อ ๓ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๒เพียงคนเดียวเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ในกรณีที่กฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยสูงสุดไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท แต่ถ้าอัตราค่าปรับเป็น พินัยเกินหนึ่งหมื่นบาท ให้การพิจารณาปรับเป็นพินัยต้องกระทำเป็นองค์คณะ ประกอบด้วย หัวหน้า ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๑/ตอนพิเศษ๒๐ง/หน้า ๑๐/๑๙มกราคม๒๕๖๗ องค์คณะหนึ่งคนและองค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคนโดยให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดผู้เป็น หัวหน้าองค์คณะและองค์คณะจากรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐข้างต้นตามที่เห็นสมควร ประกาศณวันที่ ๒๘ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๖๖ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ภูมิธรรม เวชยชัย พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน