ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๘๓ มาตราลำดับ ๒ จาก ๙ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๕๘
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- ประกาศกระทรวง
ปรารภ
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ ตามที่มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงวันที่ ๑๓พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๒พฤศจิกายน๒๕๖๖นั้น เพื่อให้การกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘สามารถบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึง ความสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน สอดคล้องกับการกำหนด ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามความเห็นคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงออกประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ.๒๕๕๘ไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ ๑๓พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๖เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติ งาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘
ให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(๑) อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
(๒) รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
(๓) ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์
(๔) ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา
(๕) นักวิชาการป่าไม้ นักวิทยาศาสตร์ นิติกร นายสัตวแพทย์ และนักกีฏวิทยา ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป
(๖) เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน และเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส
ความผิดตามมาตรา ๑๔และมาตรา ๑๕แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ มีค่าปรับเป็นพินัยที่กฎหมายบัญญัติไว้ซึ่งอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท การปรับเป็นพินัยต้องทำ เป็นองค์คณะ จำนวนสามคนประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามข้อ ๒ซึ่งมีหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคน และองค์คณะอีกจำนวนสองคนตามที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๑มีนาคมพ.ศ. ๒๕๖๗ พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๑/ตอนพิเศษ๑๑๒ง/หน้า ๗/๒๔เมษายน๒๕๖๗
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน