มาตรา ๑
กำหนดข้าราชการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตามบัญชีรายชื่อ ตำแหน่งแนบท้ายประกาศนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในกรณีความผิดทางพินัยตาม พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
กรณีอัตราค่าปรับเป็นพินัยอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท กำหนดให้เจ้าหน้าที่ ตามข้อ ๑ตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย กรณีอัตราค่าปรับเป็นพินัยอย่างสูงเกิน หนึ่งหมื่นบาท ให้ทำเป็นองค์คณะ ซึ่งองค์คณะประกอบด้วย หัวหน้าองค์คณะหนึ่งคน และองค์คณะ อีกไม่น้อยกว่าสองคน
ให้เจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ ดังนี้
(๑) บรรดาความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในราชการส่วนกลาง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นผู้มีอำนาจปรับ
(๒) บรรดาความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในกรุงเทพมหานคร ให้ เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงาน ณสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ เป็นผู้มีอำนาจ ปรับในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตน
(๓) บรรดาความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในจังหวัดอื่นนอกเขต กรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงาน ณสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เป็นผู้มีอำนาจปรับในเขตพื้นที่จังหวัดของตน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๒๘กันยายนพ.ศ. ๒๕๖๖ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๖๑ง/หน้า ๔/๒๐ตุลาคม ๒๕๖๖ บัญชีรายชื่อตำแหน่ง แนบท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ลงวันที่ ๒๘กันยายนพ.ศ. ๒๕๖๖ ลำดับที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ รายชื่อตำแหน่ง อธิบดี รองอธิบดี ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการกองนิติการ ผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแรงงานสัมพันธ์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ นิติกรชำนาญการพิเศษ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ นิติกรชำนาญการ เจ้าพนักงานแรงงานอาวุโส
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙