มาตรา ๔
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไป หรือเทียบเท่า มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตามบัญชีรายชื่อผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยแนบท้ายประกาศนี้
ในการพิจารณาปรับเป็นพินัย ในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูง เกินหนึ่งหมื่นบาทให้กระทำเป็นองค์คณะ โดยให้อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กำหนดผู้เป็นหัวหน้าองค์คณะ และองค์คณะจากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓ตามที่เห็นสมควร ประกาศณวันที่ ๒๕ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๗๖ง/หน้า ๒๕/๓พฤศจิกายน๒๕๖๖ บัญชีแนบท้ายประกาศ รายชื่อผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย สังกัด กองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว
(๑) ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
(๓) หัวหน้ากลุ่มนิติการและรับเรื่องร้องเรียนธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยว
(๔) พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๑) นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลาง
(๒) นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคกลาง
(๓) นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก
(๔) นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
(๕) นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคเหนือ
(๖) นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้เขต ๑
(๗) นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้เขต ๒
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙