มาตรา ๓
ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๖๖”
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ แล้วแต่กรณี คนเดียวเป็น ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยสำหรับความผิดทางพินัยที่กฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตรา อย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
(๑) อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือผู้อำนวยการ กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทยมีอำนาจปรับเป็นพินัย สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร
(๒) นิติกร ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกนักวิชาการสาธารณสุขหรือแพทย์แผนไทยตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป หรือเทียบเท่า สังกัดกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมีอำนาจปรับเป็นพินัยสำหรับความผิดที่เกิดขึ้น ทั่วราชอาณาจักร
(๓) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด มีอำนาจปรับเป็นพินัยสำหรับความผิดที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ของจังหวัดนั้น
(๔) นิติกร ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เภสัชกร นักวิชาการสาธารณสุข ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๖๓ง/หน้า ๓๓/๒๔ตุลาคม๒๕๖๖ หรือแพทย์แผนไทยตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า สังกัดกลุ่มงานการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มีอำนาจปรับเป็นพินัยสำหรับความผิดที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ของจังหวัดนั้น
เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ประกาศณวันที่ ๑๐ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙