ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๒ไม่แบ่งมาตราลำดับ ๑ จาก ๔ ในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๖๒
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- ประกาศกระทรวง
ปรารภ
ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕มีผลบังคับใช้ โดย พระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ถูกกำหนดให้เป็น กฎหมายตามบัญชี ๑ท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒จะต้องดำเนินการประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงออกประกาศเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒ดังต่อไปนี้ ๑. รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๒. ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ ๓. ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม ๔. ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ๕. นักวิชาการคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์นโนบายและแผน หรือนิติกร ซึ่งดำรง ตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๒๙ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๗๖ง/หน้า ๓๐/๓พฤศจิกายน๒๕๖๖
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน