มาตรา ๘
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า ตามข้อ ๕(๑) (๒) (๓)
(๔) และ(๕) (ยกเว้นตามข้อ ๕(๕) (ง) (จ)
(ฉ) ซึ่งปฏิบัติงานประจำศูนย์บริหาร จัดการด่านตรวจสัตว์น้ำเขต และด่านตรวจสัตว์น้ำ) มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดดังกล่าว ในส่วนที่ เกี่ยวกับอาหารสัตว์น้ำในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า ตามข้อ ๕(๕) (ง) (จ)
(ฉ) ซึ่งปฏิบัติงานประจำศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจสัตว์น้ำเขต และด่านตรวจ สัตว์น้ำ และตามข้อ ๕(๖) และ(๗) มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดดังกล่าว ในส่วนที่เกี่ยวกับ อาหารสัตว์น้ำ ภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า ต่อไปนี้ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดตามมาตรา ๗๗มาตรา ๗๘มาตรา ๗๙และมาตรา ๘๒แห่ง พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘โดยให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิด ดังกล่าว ภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ
(๑) ผู้อำนวยการสำนักยา
(๒) ผู้อำนวยการสำนักอาหาร
(๓) ผู้อำนวยการสำนักด่านอาหารและยา (๔)ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น
(๕) เภสัชกร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(๖) นักวิชาการอาหารและยาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(๗) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
(๘) เภสัชกร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
(๙) สาธารณสุขอำเภอหรือกิ่งอำเภอ (๑๐)เภสัชกรประจำโรงพยาบาล (๑๑)เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๖พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๖ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๙๗ง/หน้า ๒๓/๒๔พฤศจิกายน๒๕๖๖
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙