arnon.work

ประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๔๘๓ไม่แบ่งมาตราลำดับ ๓ จาก ๓ ในกระทรวงยุติธรรม

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๔๘๓
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช๒๔๘๓๑ โดยที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕กำหนดให้เปลี่ยน ความผิดอาญาที่มี โทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย และพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช๒๔๘๓ถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายตามบัญชี ๑(ลำดับที่ ๑๑๖)ท้ายพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช๒๔๘๓จะต้องดำเนินการประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงออกประกาศให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดทางพินัยตามความในมาตรา ๑๗๒มาตรา ๑๗๓/๑และ มาตรา ๑๗๔แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช๒๔๘๓ ๑. ผู้อำนวยการกองบังคับคดีล้มละลาย ผู้อำนวยการกองฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ผู้อำนวยการกลุ่มงานบังคับคดีล้มละลาย หัวหน้าฝ่าย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือนิติกร หรือ นักวิชาการเงินและบัญชี ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดกองบังคับคดีล้มละลาย และกองฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ๒. ผู้ตรวจราชการกรมผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา หัวหน้า กลุ่มงานบังคับคดีและวางทรัพย์ หัวหน้าฝ่าย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือนิติกรหรือนักวิชาการเงิน และบัญชี ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา ในคดีล้มละลายของศาลจังหวัดของตน กรณีค่าปรับเป็นพินัยที่กฎหมายบัญญัติไว้มีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท ในการพิจารณาและดำเนินการปรับเป็นพินัยต้องกระทำเป็นองค์คณะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน โดยให้อธิบดีกรมบังคับคดีกำหนดผู้เป็นหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคนและ องค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคนตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๖เป็นต้นไป ประกาศณวันที่ ๒๖ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๖ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๘๕ง/หน้า ๒๑/๑๔พฤศจิกายน๒๕๖๖

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน