arnon.work

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามมาตรา ๑๐๑/๑ และมาตรา ๑๐๑/๒ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๓๕๓ มาตราลำดับ ๖ จาก ๙ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๓๕
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามมาตรา ๑๐๑/๑และมาตรา ๑๐๑/๒ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕มาตรา ๓๙มีผลให้ ความผิดทางอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕เป็นความผิดทางพินัย ตั้งแต่วันที่ ๒๕ตุลาคม ๒๕๖๖ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕จะต้องดำเนินการประกาศกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิด ทางพินัยตามความในมาตรา ๑๐๑/๑และมาตรา ๑๐๑/๒แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕

    (๑) เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยทั่วราชอาณาจักร

    (ก) เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    (ข) รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    (ค) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระบบประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    (ง) ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    (จ) ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    (ฉ) ผู้อำนวยการกลุ่มนิติการ

    (ช) นักวิชาการสิ่งแวดล้อม สังกัดกองประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ กองพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

    (ซ) นิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

    (๒) เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉพาะจังหวัดที่มีประกาศกำหนดเขต พื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และจังหวัดที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้ง คณะกรรมการผู้ชำนาญการให้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยเฉพาะในพื้นที่ของตน

    (ก) ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด

    (ข) นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

    (ค) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

    (ง) นักวิชาการป่าไม้ ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

    (๓) เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานครดังต่อไปนี้ เป็นผู้มี อำนาจปรับเป็นพินัยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร

    (ก) ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม

    (ข) รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม

    (ค) ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง

    (ง) นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

    (จ) นักวิชาการสุขาภิบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

  2. มาตรา ๒

    การพิจารณาและดำเนินการปรับเป็นพินัยในความผิดทางพินัยตามความใน มาตรา ๑๐๑/๑และมาตรา ๑๐๑/๒แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ต้องทำเป็นองค์คณะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๑จำนวนไม่น้อยกว่า สามคนซึ่งมีหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคนและองค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคน ตามที่ได้รับการแต่งตั้งจาก เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  3. มาตรา ๓

    ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศณวันที่ ๒๕ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๖ พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๘๗ง/หน้า ๑๘/๑๖พฤศจิกายน๒๕๖๖

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน