มาตรา ๒
กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิด ทางพินัยตามความในมาตรา ๒๘/๑วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙
(๑) ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ผู้อำนวยการส่วน หัวหน้ากลุ่มงาน เจ้าพนักงานปกครอง หรือนิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัด สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครองในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
(๒) ข้าราชการตำรวจ ซึ่งดำรงตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบเท่าตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ มีอำนาจปรับเป็นพินัย สำหรับในกรุงเทพมหานคร (๓)๑ ปลัดจังหวัด นายอำเภอจ่าจังหวัด ป้องกันจังหวัด ปลัดอำเภอเจ้าพนักงาน ปกครองหรือนิติกร ในสังกัดที่ทำการปกครองจังหวัดหรือที่ทำการปกครองอำเภอ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ระดับชำนาญการขึ้นไป เฉพาะในพื้นที่ของตน สำหรับในจังหวัดอื่น
กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๑(๑) -
(๓) เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ในความผิดทางพินัยตามความในมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๘/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ ทั้งนี้ ในการพิจารณาและดำเนินการปรับเป็นพินัย ต้องทำเป็นองค์คณะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่งมีหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคน และองค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคน ตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดีกรมการปกครอง ผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ๑ ข้อ ๑(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๗ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๒ ประกาศณวันที่ ๘สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๖๖ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๒ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๑๖ง/หน้า ๑๕/๕กันยายน๒๕๖๖ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติ สถานบริการพ.ศ. ๒๕๐๙(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๗๓ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๑/ตอนพิเศษ๑๑๘ง/หน้า ๙/๒๙เมษายน๒๕๖๗
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙