ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒)
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๓๙ไม่แบ่งมาตราลำดับ ๓ จาก ๓ ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๓๙
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- ประกาศกระทรวง
ปรารภ
ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีพ.ศ. ๒๕๓๙(ฉบับที่ ๒) โดยที่มาตรา ๓๙แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕บัญญัติให้ เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ซึ่งเป็นกฎหมายในบัญชี ๑(ลำดับที่ ๘๗)ท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕เป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙เป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัยเมื่อพ้นกำหนด สามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ จะเปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัยซึ่งต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย จึงสมควรกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ประกอบกับข้อ ๑๐ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการ ปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงออกประกาศกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดทางพินัย ตามความในมาตรา ๕แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ เพิ่มเติม ๑. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ๗๖จังหวัด ๒. ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ๘แห่ง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ๓. ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ๔แห่ง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ๔. นักพัฒนาสังคมและนักสังคมสงเคราะห์ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป กองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ๕. นักพัฒนาสังคมและนักสังคมสงเคราะห์ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ๘แห่ง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ๖. นักพัฒนาสังคมและนักสังคมสงเคราะห์ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ๔แห่ง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ๗. นักพัฒนาสังคมและนักสังคมสงเคราะห์ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ๗๖จังหวัด โดยให้อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว คนเดียวเป็นผู้มีอำนาจในการปรับเป็นพินัย และในกรณีผู้รักษาราชการแทนหรือผู้รักษาการในตำแหน่ง แล้วแต่กรณี ต้องดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไปมีอำนาจในการปรับเป็นพินัยได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๗กรกฎาคมพ.ศ. ๒๕๖๗ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๑/ตอนพิเศษ๒๖๘ง/หน้า ๑๗/๒๖กันยายน๒๕๖๗
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน