มาตรา ๒
กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกรมศิลปากรซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามมาตรา ๒๙และมาตรา ๓๑แห่งพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ได้ทั่วราชอาณาจักร
(ก) อธิบดีกรมศิลปากร
(ข) รองอธิบดีกรมศิลปากร
(ค) ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
(ง) นิติกร ระดับชำนาญการขึ้นไป
กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกรมศิลปากรตำแหน่งนักจดหมายเหตุ ระดับชำนาญการขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนภูมิภาค เป็นผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามมาตรา ๓๑แห่งพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖เฉพาะในท้องที่ ของจังหวัดที่เป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบของหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้น
กำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งองค์คณะเพื่อพิจารณา และดำเนินการปรับเป็นพินัยตามมาตรา ๒๙และมาตรา ๓๑แห่งพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖เนื่องจากโทษปรับเป็นพินัยตามบทบัญญัติดังกล่าวมีอัตราสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท โดยองค์คณะ ที่แต่งตั้งต้องประกอบด้วยข้าราชการ พนักงานราชการ หรือพนักงานกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุ จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๓๑๐ง/หน้า ๒/๑๒ธันวาคม๒๕๖๖ ประกาศณวันที่ ๓๐พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๖ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙