มาตรา ๓
ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเรื่อง กำหนดองค์คณะ ที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูง เกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. ๒๕๖๖”
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๕ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๖เป็นต้นไป
ให้ยกเลิกประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง กำหนดองค์คณะ ที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูง เกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. ๒๕๖๖ประกาศณวันที่ ๓๑ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๖๖
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นองค์คณะที่มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิด อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดในเขตกรุงเทพมหานคร
(๑) อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นหัวหน้าองค์คณะ
(๒) ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เป็นองค์คณะ
(๓) นิติกรระดับชำนาญการขึ้นไป เป็นองค์คณะและเลขานุการ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๓๒๓ง/หน้า ๒๐/๒๕ธันวาคม๒๕๖๖ ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่งหรือผู้ที่องค์คณะมอบหมาย ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง สำหรับการกระทำความผิดทางพินัยที่เกิดขึ้น และการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเกิด อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิด ในเขตกรุงเทพมหานครและให้ผู้อำนวยการกองกฎหมายเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางพินัยต่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นหนังสือ และแจ้งให้ ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่ง ลงลายมือชื่อในคำสั่งปรับเป็นพินัยทุกคนและส่งคำสั่ง ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
ให้องค์คณะที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การปรับเป็นพินัย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกาศณวันที่ ๔ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๖๖ สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙