arnon.work

มาตรา ๑

มาตรา ๑

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนด เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม”

มาตรา ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยในความผิดทางพินัย ตามความในมาตรา ๒๐ตรี มาตรา ๒๐จัตวาและมาตรา ๒๒แห่งพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๑) อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

(๒) รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร (๓)เลขานุการกรมผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการกองแผนงานและวิชาการ ผู้อำนวยการกองคลัง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย เกษตรวิศวกรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช ผู้อำนวยการ กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนา ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ผู้ อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๑- ๘สังกัดกรมวิชาการเกษตร

(๔) ผู้เชี่ยวชาญด้านกักกันพืชผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบควบคุมการนำเข้าส่งออกสินค้าพืชและปัจจัยการผลิต ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพืช ผู้เชี่ยวชาญด้านศัตรูพืช ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร สังกัดกรมวิชาการเกษตร ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๓๑๘ง/หน้า ๓๖/๑๙ธันวาคม๒๕๖๖ (๕)นักจัดการงานทั่วไปนักวิชาการเกษตรนักวิชาการโรคพืชนักกีฏวิทยานักสัตววิทยา นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป สังกัดกรมวิชาการเกษตร

(๖) นิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป สังกัดกรมวิชาการเกษตร

(๗) เจ้าพนักงานการเกษตร เจ้าพนักงานธุรการ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับอาวุโสขึ้นไป สังกัดกรมวิชาการเกษตร ประกาศณวันที่ ๒๗พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๖ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙