พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรกยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๒๒๑๐๙ มาตรา๕ หัวข้อลำดับ ๑ จาก ๑ ในรถยนต์
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๖๖ จุด
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับรวมการแก้ไข
- การแก้ไขภายหลัง
- รวมแล้ว · ไม่ทราบถึงวันใด
- ลำดับศักดิ์
- พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
หมวด ๓ ใบอนุญาตขับรถ
๒๘ มาตราผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและต้องมีใบอนุญาตขับรถและสำเนา ภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถในขณะขับหรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถยนต์ตามมาตรา ๕๗ ในกรณีที่ผู้ขับรถเป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการ ชั่วคราวตามกฎหมายว่ ด้วยคนเข้าเมือ ผู้ขับรถซึ่งเป็นคนต่างด้าวนั้นจะใช้ใบอนุญาตขับรถตาม
ขับรถในราชอาณาจักรก็ได้ และในกรณีนี้จะต้องมีใบอนุญาตขับรถดังกล่าวพร้อมด้วย เอกสารตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยู่ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศ นั้น ๆเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที๔๖ [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๒ทวิ๔๗ ในกรณีที่มีความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลต่างประเทศ ว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ใน ราชอาณาจักรเป็การชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือ และมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดย พนักงานเจ้าหน้าที่หรือสมาคมยานยนต์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลงดังกล่าว กับรัฐบาลไทยอาจใช้ใบอนุญาตขับรถของประเทศนั้นขับรถในราชอาณาจักรได้ตามประเภทและชนิด ของรถที่ระบุไว้ในใบอนุญาตขับรถนั้น แต่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยู่ระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆและตามบทบัญญัติทั้งหลายในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ขับ รถตามพระราชบัญญัตินี้
ใบอนุญาตขับรถมีดังนี้
(๑) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคลชั่วคราว
(๒) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล
(๓) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
(๔) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ
(๕) ใบอนุญาตขับรถยนต์ามล้อสาธารณะ
(๖) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (๖/๑) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
(๗) ใบอนุญาตขับรถบดถนน
(๘) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์
(๙) ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นนอกจาก(๑) ถึง
(๘) (๑๐)ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ใบอนุญาตขับรถตาม(๑) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริารให้เช่า เฉพาะในกรณีที่ผู้ขับรถ เป็นผู้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถตาม(๒) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการให้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถ ตาม(๔) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการและใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม(๒) ได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถ ตาม(๕) ใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม(๓) ได้ด้วย และใบอนุญาตขับรถตาม(๖/๑) ใช้แทนใบอนุญาต ขับรถตาม(๖) ได้ด้วย นอกนั้นใช้แทนกัไม่ได้
ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่ง ไม่ประจำทางหรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ให้ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๓(๒) และใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะตามมาตรา ๔๓(๔) ได้ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกให้ใช้แทนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๓(๒) ได้ [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
ใบอนุญาตขับรถชั่วคราวตามมาตรา ๔๓(๑) มีอายุสองปีนับแต่วัน ออกใบอนุญาตขับรถ๕๑ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๓) (๖) (๗)
(๘) และ(๙) มีอายุห้าปีนับแต่วัน ออกใบอนุญาตขับรถใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)
(๕) และ(๖/๑) มีอายุสามปีนับแต่วันออก ใบอนุญาตขับรถ และอาจขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้อีกคราวละห้าปีหรือสามปี แล้วแต่กรณี โดยผู้ ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง๕๒ ในกรณีที่วันครบกำหนดอายุใบอนุญาตตามวรรคสองไม่ตรงกับวันครบรอบวันเกิด ของผู้ ได้รับใบอนุญาตขับรถ ให้ขยายอายุใบอนุญาตต่อไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผู้ได้รับ ใบอนุญาตขับรถในปีนั้นหรือในปีถัดไป แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ใบอนุญาตขับรถ ครบกำหนดอายุ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถเกิดในวันที่ ๒๙กุมภาพันธ์ และในปีที่ใบอนุญาต ขับรถครบกำหนดอายุตามวรรคสองนั้นไม่ีวัที่ ๒๙กุมภาพันธ์ ให้ถือเอาวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ เป็น วันครบรอบวันเกิด การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตขับรถ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนาหรือมี ถิ่นที่อยู่ การขอใบอนุญาตขับรถและการออกใบอนุญาตขับรถ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) ต้องมีุ สมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑)๕๓ มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคลชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไม่เกินที่กำหนดใน กฎกระทรวงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์
(๒) มีความรู้และความสามารถในการขับรถ
(๓) มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัตินี้และตามกฎหมายว่าด้วย การจราจรทางบก
(๔) ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
(๕) ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับ รถ
(๖) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
(๗) ไม่มีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว (๘)๕๔ ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือพักใช้ใบอนุญาตขับรถ (๙)๕๕ ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถซึ่งมิใช่จากเหตุขาดคุณสมบัติเรื่องอายุของ ผู้ขอใบอนุญาตขับรถ เว้นแต่ได้พ้นกำหนดสามปีไปแล้วนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ โดยให้ อธิบดีกำหนดเงื่อนไขในการพิจารณาการออกใบอนุญาตขับรถไว้ด้วย
ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๓) (๔) (๕)
(๖) หรือ (๖/ ๑)ต้อง
(๑) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑)มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖และ
(๓) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้ง แต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้ แต่จะพ้นโทษ ครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว
(ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร
(ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
(จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
(ฉ) โดยไม่คำนึงถึ ความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่
(ยกเลิ )
ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)
(๕) หรือ(๖/๑) ต้อง
(๑) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖แต่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ยี่สิบสองปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) หรือ
(๕) และยี่สิบปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๖/๑)
(๓) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๗(๓)
(๔) มีสัญชาติไทย
(๕) รู้จ ถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
(๖) ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๗) ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
(๘) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิด ภยันตรายต่อประชาชนความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อ ร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพความผิดฐานลัทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอา ทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ ความผิดฐานยักยอกความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้ เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษหรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)
(๕) หรือ (๖/ ๑)เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๙(๘) แต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่
(๑) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน
(๒) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้ รถกระทำความผิดหรือ
(๓) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนโดยชี้แจงถึงเหตุผลที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดง หลักฐานว่าตนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะหรือ รถจักรยานยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าวถ้าเห็น ด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๙(๘) มาใช้ บังคับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งยกคำ ร้องจากนายทะเบีย คำสั่งของอธิบดีให้เป็นที่สุด
ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๗) (๘) หรือ
(๙) ต้อง
(๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖และ
(๒) มีความรู้ความสามารถในการขับรถประเภทนั้น ๆเป็นอย่างดี
ผู้มีใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๔) (๕)
(๖) และ(๖/๑)มี สิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑๐)
ให้นายทะเบียนแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙และมาตรา ๕๑
ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถประเภทใดแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่า เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ มตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถนั้น ให้ายทะเบียนมีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุ สมบัติหรือ ลักษณะต้องห้ามได้ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น๖๑
ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถได้คราวละไม่เกิน หกเดือน ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจัรยานยนต์สาธารณะ กระทำความผิดในกรณีดังต่อไปนี้ นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถเสียก็ได้
(๑) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำในข้อหาเดียวกับความผิดครั้งก่อน ภายในเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ความผิดครั้งก่อนเกิดขึ้น
(๒) ไม่มารายงานตนต่อนายทะเบียนตามที่นายทะเบียนสั่งเป็นหนังสือไปแล้วไม่น้อย กว่าสองครั้งโดยมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ทั้งนี้ โดยไม่มีเหตุสมควร
(๓) เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ซึ่งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์เป็น หนังสือต่ออธิบดีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน ให้อธิบดีวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ อุทธรณ์ ถ้าไม่มีวินิ จฉัยชี้ขาดภายในเวลาดักล่าวให้ถือว่ อธิบดีวินิจฉัยไม่ให้พักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถตามหนังสืออุทธรณ์ของผู้ขับรถ คำสั่งของอธิบดีให้เป็ที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถ
ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถส่งคืน ใบอนุญาตนั้นแก่นายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถแล้วหากปรากฏว่า
(๑) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่ ด้วยการจราจรทางบก
(๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดฐานขับรถหรือกระทำการใด ๆอัน น่าจะเป็นภัยต่อประชาชน หรือ
(๔) มีผู้กล่าวโทษว่าทำลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวง โดยขู่ เข็ญ ดูหมิ่น รังแก หรือรบกวนคนขับรถด้วยกันหรือผู้โดยสาร นายทะเบียนมีอำนาจเรียกใบอนุญาตขับรถมายึดไว้ได้ แต่ห้ามมิให้ยึดเกินหนึ่งปี ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)
(๕) หรือ (๖/๑) เป็นผู้ต้องหา ในคดีอาญาตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๙(๘) ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายยึด ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)
(๕) หรือ (๖/๑) ตั้งแต่วันยื่นฟ้องต่อศาลจนถึงเวลาที่มีคำ พิพากษาถึงที่สุด และในระหว่างเวลานั้นห้ามมิให้นายทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว๖๕ ในการยึดใบอนุญาตขับรถให้ผู้ยึดบันทึกการยึดไว้ในใบอนุญาตขับรถด้วย
ในกรณีที่ใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้รับ ใบอนุญาตขับรถยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตขับรถต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบ เหตุนั้นและในกรณีที่ได้ใบอนุญาตขับรถที่สูญหายคืน ให้ส่งใบแทนใบอนุญาตขับรถนั้นแก่นาย ทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้คืน การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถและการออกใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ภายใต้บังคับมาตรา ๔๓และมาตรา ๕๗ห้ามมิให้เจ้าของรถหรือ คนขับรถยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรือมีใบอนุญาตขับรถประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้ เข้า ขับรถของตนหรือรถที่ตนเป็นคนขับ
ผู้ใดฝึกหัดขับรถยนต์ ต้องมีผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาแล้วไม่ น้อยกว่าสามปีควบคุมอยู่ด้วย ในการฝึกหัดขับรถ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ฝึกหัดและผู้ควบคุมอยู่ในรถถ้ามีการ เสียหายเกิดขึ้น ผู้ควบคุมต้องรับผิดทางแพ่ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ฝึกหัดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำ สอนในเวลาที่ขับอยู่นั้น [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]
ให้ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้ขับรถหยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กับมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ การตรวจสอบนั้นได้ และเมื่อพบว่าผู้ใดฝ่ ฝื หรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ จะว่า กล่าวตักเตือนหรือสั่งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นไปรายงานตนต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มี คำสั่งเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับก็ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุก ให้ ผู้ตรวจการนำตัวผู้นั้นส่งพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ในการออกคำสั่งให้ไปรายงานตนต่อนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ผู้ตรวจการจะเรียก เก็บใบอนุญาตขับรถของผู้นั้นไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องรีบนำใบอนุญาตขับรถที่เรียกเก็บไว้ไปส่ง มอบแก่นายทะเบียนภายในแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ออกคำสั่งและให้ถือว่าคำสั่งนั้นเป็นใบอนุญาตขับ รถชั่วคราวภายในกำหนดเวลาที่ให้ไปรายงานตนดังกล่าว คำสั่งให้ไปรายงานตนต่อนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดี กำหนด
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้ผู้ตรวจการแสดงบัตร ประจำตัวต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวผู้ตรวจการให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
ในขณะที่อยู่ในระหว่างการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ผู้ขับ รถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะจะปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารมิได้ เว้นแต่การ บรรทุกนั้นน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ปฏิเสธ รับจ้างบรรทุกคนโดยสารนอกเส้นทางหรือนอกท้องที่ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์าธารณะต้องพา คนโดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นหรือถึงที่หมายเร็วที่สุด หรือเส้นทางที่ไม่อ้อมเกิน ควรและต้องส่งคนโดยสาร สถานที่ตามที่ตกลงกันไว้ ห้ามมิให้ผู้ขับรถตามวรรคหนึ่ง พาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทางไม่ว่าด้วย ประการใดๆ
ในขณะขับรถ ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์ สาธารณะต้อง
(๑) ไม่สูบบุหรี่ หรือกระทำด้วยประการใด ๆในลักษณะที่ก่อความรำคาญให้แก่คนโดยสาร
(๒) ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี ดูหมิ่นก้าวร้าวหรือแสดงกิริยาในลักษณะ ดังกล่าวต่อคนโดยสาร
(๓) ไม่เสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น
(๔) ไม่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ
(๕) ไม่เสพติดวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาท
(๖) ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(๗) ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่ ด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุ คนโดยสาร ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการมีเหตุอันควรสงสัยว่า เจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการมี อำนาจออกหนังสือเรียกตัวเจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้นั้นมาให้ถ้อยคำหรือยื่นคำชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงได้ เมื่อนายทะเบียนหรือผู้ตรวจการได้ตรวจสอบกรณีตามวรรคหนึ่งแล้ว ปรากฏว่า เจ้าของรถหรือผู้ขบรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำความในมาตรา ๕๗ทวิ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- แก้การแสดงผลแล้ว · รอเทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน