arnon.work

พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรกยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๒๒๑๐๙ มาตรา๕ หัวข้อลำดับ ๑ จาก ๑ ในรถยนต์

แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๖๖ จุด

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับรวมการแก้ไข
การแก้ไขภายหลัง
รวมแล้ว · ไม่ทราบถึงวันใด
ลำดับศักดิ์
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
  1. หมวด ๓ ใบอนุญาตขับรถ

    ๒๘ มาตรา
  2. มาตรา ๔๒

    ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและต้องมีใบอนุญาตขับรถและสำเนา ภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถในขณะขับหรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถยนต์ตามมาตรา ๕๗ ในกรณีที่ผู้ขับรถเป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการ ชั่วคราวตามกฎหมายว่ ด้วยคนเข้าเมือ ผู้ขับรถซึ่งเป็นคนต่างด้าวนั้นจะใช้ใบอนุญาตขับรถตาม

  3. มาตรา ๔๒ ทวิ

    ขับรถในราชอาณาจักรก็ได้ และในกรณีนี้จะต้องมีใบอนุญาตขับรถดังกล่าวพร้อมด้วย เอกสารตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยู่ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศ นั้น ๆเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที๔๖ [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๒ทวิ๔๗ ในกรณีที่มีความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลต่างประเทศ ว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ใน ราชอาณาจักรเป็การชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือ และมีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดย พนักงานเจ้าหน้าที่หรือสมาคมยานยนต์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลงดังกล่าว กับรัฐบาลไทยอาจใช้ใบอนุญาตขับรถของประเทศนั้นขับรถในราชอาณาจักรได้ตามประเภทและชนิด ของรถที่ระบุไว้ในใบอนุญาตขับรถนั้น แต่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยู่ระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆและตามบทบัญญัติทั้งหลายในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ขับ รถตามพระราชบัญญัตินี้

  4. มาตรา ๔๓

    ใบอนุญาตขับรถมีดังนี้

    (๑) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคลชั่วคราว

    (๒) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล

    (๓) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล

    (๔) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ

    (๕) ใบอนุญาตขับรถยนต์ามล้อสาธารณะ

    (๖) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (๖/๑) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

    (๗) ใบอนุญาตขับรถบดถนน

    (๘) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์

    (๙) ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นนอกจาก(๑) ถึง

    (๘) (๑๐)ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ใบอนุญาตขับรถตาม(๑) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริารให้เช่า เฉพาะในกรณีที่ผู้ขับรถ เป็นผู้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถตาม(๒) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการให้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถ ตาม(๔) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการและใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม(๒) ได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถ ตาม(๕) ใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม(๓) ได้ด้วย และใบอนุญาตขับรถตาม(๖/๑) ใช้แทนใบอนุญาต ขับรถตาม(๖) ได้ด้วย นอกนั้นใช้แทนกัไม่ได้

  5. มาตรา ๔๓ ทวิ

    ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่ง ไม่ประจำทางหรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ให้ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๓(๒) และใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะตามมาตรา ๔๓(๔) ได้ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกให้ใช้แทนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๓(๒) ได้ [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]

  6. มาตรา ๔๔

    ใบอนุญาตขับรถชั่วคราวตามมาตรา ๔๓(๑) มีอายุสองปีนับแต่วัน ออกใบอนุญาตขับรถ๕๑ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๓) (๖) (๗)

    (๘) และ(๙) มีอายุห้าปีนับแต่วัน ออกใบอนุญาตขับรถใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)

    (๕) และ(๖/๑) มีอายุสามปีนับแต่วันออก ใบอนุญาตขับรถ และอาจขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้อีกคราวละห้าปีหรือสามปี แล้วแต่กรณี โดยผู้ ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง๕๒ ในกรณีที่วันครบกำหนดอายุใบอนุญาตตามวรรคสองไม่ตรงกับวันครบรอบวันเกิด ของผู้ ได้รับใบอนุญาตขับรถ ให้ขยายอายุใบอนุญาตต่อไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผู้ได้รับ ใบอนุญาตขับรถในปีนั้นหรือในปีถัดไป แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ใบอนุญาตขับรถ ครบกำหนดอายุ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถเกิดในวันที่ ๒๙กุมภาพันธ์ และในปีที่ใบอนุญาต ขับรถครบกำหนดอายุตามวรรคสองนั้นไม่ีวัที่ ๒๙กุมภาพันธ์ ให้ถือเอาวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ เป็น วันครบรอบวันเกิด การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  7. มาตรา ๔๕

    ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตขับรถ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนาหรือมี ถิ่นที่อยู่ การขอใบอนุญาตขับรถและการออกใบอนุญาตขับรถ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  8. มาตรา ๔๖

    ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) ต้องมีุ สมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑)๕๓ มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคลชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไม่เกินที่กำหนดใน กฎกระทรวงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์

    (๒) มีความรู้และความสามารถในการขับรถ

    (๓) มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัตินี้และตามกฎหมายว่าด้วย การจราจรทางบก

    (๔) ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้

    (๕) ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับ รถ

    (๖) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

    (๗) ไม่มีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว (๘)๕๔ ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือพักใช้ใบอนุญาตขับรถ (๙)๕๕ ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถซึ่งมิใช่จากเหตุขาดคุณสมบัติเรื่องอายุของ ผู้ขอใบอนุญาตขับรถ เว้นแต่ได้พ้นกำหนดสามปีไปแล้วนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ โดยให้ อธิบดีกำหนดเงื่อนไขในการพิจารณาการออกใบอนุญาตขับรถไว้ด้วย

  9. มาตรา ๔๗

    ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๓) (๔) (๕)

    (๖) หรือ (๖/ ๑)ต้อง

    (๑) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑)มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

    (๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖และ

    (๓) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้ง แต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้ แต่จะพ้นโทษ ครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว

    (ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร

    (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น

    (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร

    (ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

    (จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

    (ฉ) โดยไม่คำนึงถึ ความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่

  10. มาตรา ๔๘

    (ยกเลิ )

  11. มาตรา ๔๙

    ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)

    (๕) หรือ(๖/๑) ต้อง

    (๑) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑) มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

    (๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖แต่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ยี่สิบสองปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔) หรือ

    (๕) และยี่สิบปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๖/๑)

    (๓) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๗(๓)

    (๔) มีสัญชาติไทย

    (๕) รู้จ ถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร

    (๖) ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๗) ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ

    (๘) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิด ภยันตรายต่อประชาชนความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อ ร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพความผิดฐานลัทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอา ทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ ความผิดฐานยักยอกความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้ เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษหรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

  12. มาตรา ๕๐

    ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)

    (๕) หรือ (๖/ ๑)เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๙(๘) แต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่

    (๑) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน

    (๒) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้ รถกระทำความผิดหรือ

    (๓) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนโดยชี้แจงถึงเหตุผลที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดง หลักฐานว่าตนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะหรือ รถจักรยานยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าวถ้าเห็น ด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๙(๘) มาใช้ บังคับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งยกคำ ร้องจากนายทะเบีย คำสั่งของอธิบดีให้เป็นที่สุด

  13. มาตรา ๕๑

    ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๗) (๘) หรือ

    (๙) ต้อง

    (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๖และ

    (๒) มีความรู้ความสามารถในการขับรถประเภทนั้น ๆเป็นอย่างดี

  14. มาตรา ๕๑/๑

    ผู้มีใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๒) (๔) (๕)

    (๖) และ(๖/๑)มี สิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๑๐)

  15. มาตรา ๕๒

    ให้นายทะเบียนแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙และมาตรา ๕๑

  16. มาตรา ๕๓

    ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถประเภทใดแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่า เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ มตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถนั้น ให้ายทะเบียนมีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุ สมบัติหรือ ลักษณะต้องห้ามได้ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น๖๑

  17. มาตรา ๕๓/๑

    ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถได้คราวละไม่เกิน หกเดือน ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจัรยานยนต์สาธารณะ กระทำความผิดในกรณีดังต่อไปนี้ นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถเสียก็ได้

    (๑) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำในข้อหาเดียวกับความผิดครั้งก่อน ภายในเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ความผิดครั้งก่อนเกิดขึ้น

    (๒) ไม่มารายงานตนต่อนายทะเบียนตามที่นายทะเบียนสั่งเป็นหนังสือไปแล้วไม่น้อย กว่าสองครั้งโดยมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ทั้งนี้ โดยไม่มีเหตุสมควร

    (๓) เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

  18. มาตรา ๕๓/๒

    ผู้ซึ่งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์เป็น หนังสือต่ออธิบดีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน ให้อธิบดีวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ อุทธรณ์ ถ้าไม่มีวินิ จฉัยชี้ขาดภายในเวลาดักล่าวให้ถือว่ อธิบดีวินิจฉัยไม่ให้พักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถตามหนังสืออุทธรณ์ของผู้ขับรถ คำสั่งของอธิบดีให้เป็ที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถ

  19. มาตรา ๕๓/๓

    ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถส่งคืน ใบอนุญาตนั้นแก่นายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ

  20. มาตรา ๕๔

    ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถแล้วหากปรากฏว่า

    (๑) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

    (๒) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่ ด้วยการจราจรทางบก

    (๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดฐานขับรถหรือกระทำการใด ๆอัน น่าจะเป็นภัยต่อประชาชน หรือ

    (๔) มีผู้กล่าวโทษว่าทำลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวง โดยขู่ เข็ญ ดูหมิ่น รังแก หรือรบกวนคนขับรถด้วยกันหรือผู้โดยสาร นายทะเบียนมีอำนาจเรียกใบอนุญาตขับรถมายึดไว้ได้ แต่ห้ามมิให้ยึดเกินหนึ่งปี ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)

    (๕) หรือ (๖/๑) เป็นผู้ต้องหา ในคดีอาญาตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๙(๘) ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายยึด ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓(๔)

    (๕) หรือ (๖/๑) ตั้งแต่วันยื่นฟ้องต่อศาลจนถึงเวลาที่มีคำ พิพากษาถึงที่สุด และในระหว่างเวลานั้นห้ามมิให้นายทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว๖๕ ในการยึดใบอนุญาตขับรถให้ผู้ยึดบันทึกการยึดไว้ในใบอนุญาตขับรถด้วย

  21. มาตรา ๕๕

    ในกรณีที่ใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้รับ ใบอนุญาตขับรถยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตขับรถต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบ เหตุนั้นและในกรณีที่ได้ใบอนุญาตขับรถที่สูญหายคืน ให้ส่งใบแทนใบอนุญาตขับรถนั้นแก่นาย ทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้คืน การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถและการออกใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

  22. มาตรา ๕๖

    ภายใต้บังคับมาตรา ๔๓และมาตรา ๕๗ห้ามมิให้เจ้าของรถหรือ คนขับรถยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรือมีใบอนุญาตขับรถประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้ เข้า ขับรถของตนหรือรถที่ตนเป็นคนขับ

  23. มาตรา ๕๗

    ผู้ใดฝึกหัดขับรถยนต์ ต้องมีผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาแล้วไม่ น้อยกว่าสามปีควบคุมอยู่ด้วย ในการฝึกหัดขับรถ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ฝึกหัดและผู้ควบคุมอยู่ในรถถ้ามีการ เสียหายเกิดขึ้น ผู้ควบคุมต้องรับผิดทางแพ่ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ฝึกหัดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำ สอนในเวลาที่ขับอยู่นั้น [คำว่า “รถยนต์”แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๕๔๖]

  24. มาตรา ๕๗ ทวิ

    ให้ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้ขับรถหยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กับมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ การตรวจสอบนั้นได้ และเมื่อพบว่าผู้ใดฝ่ ฝื หรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ จะว่า กล่าวตักเตือนหรือสั่งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นไปรายงานตนต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มี คำสั่งเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับก็ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุก ให้ ผู้ตรวจการนำตัวผู้นั้นส่งพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ในการออกคำสั่งให้ไปรายงานตนต่อนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ผู้ตรวจการจะเรียก เก็บใบอนุญาตขับรถของผู้นั้นไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องรีบนำใบอนุญาตขับรถที่เรียกเก็บไว้ไปส่ง มอบแก่นายทะเบียนภายในแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ออกคำสั่งและให้ถือว่าคำสั่งนั้นเป็นใบอนุญาตขับ รถชั่วคราวภายในกำหนดเวลาที่ให้ไปรายงานตนดังกล่าว คำสั่งให้ไปรายงานตนต่อนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดี กำหนด

  25. มาตรา ๕๗ ตรี

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้ผู้ตรวจการแสดงบัตร ประจำตัวต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวผู้ตรวจการให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

  26. มาตรา ๕๗ จัตวา

    ในขณะที่อยู่ในระหว่างการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ผู้ขับ รถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะจะปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารมิได้ เว้นแต่การ บรรทุกนั้นน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ปฏิเสธ รับจ้างบรรทุกคนโดยสารนอกเส้นทางหรือนอกท้องที่ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร

  27. มาตรา ๕๗ เบญจ

    ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์าธารณะต้องพา คนโดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นหรือถึงที่หมายเร็วที่สุด หรือเส้นทางที่ไม่อ้อมเกิน ควรและต้องส่งคนโดยสาร สถานที่ตามที่ตกลงกันไว้ ห้ามมิให้ผู้ขับรถตามวรรคหนึ่ง พาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทางไม่ว่าด้วย ประการใดๆ

  28. มาตรา ๕๗ ฉ

    ในขณะขับรถ ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์ สาธารณะต้อง

    (๑) ไม่สูบบุหรี่ หรือกระทำด้วยประการใด ๆในลักษณะที่ก่อความรำคาญให้แก่คนโดยสาร

    (๒) ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี ดูหมิ่นก้าวร้าวหรือแสดงกิริยาในลักษณะ ดังกล่าวต่อคนโดยสาร

    (๓) ไม่เสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น

    (๔) ไม่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ

    (๕) ไม่เสพติดวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาท

    (๖) ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ

    (๗) ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่ ด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุ คนโดยสาร ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  29. มาตรา ๕๗ สัตต

    ในกรณีที่นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการมีเหตุอันควรสงสัยว่า เจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการมี อำนาจออกหนังสือเรียกตัวเจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้นั้นมาให้ถ้อยคำหรือยื่นคำชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงได้ เมื่อนายทะเบียนหรือผู้ตรวจการได้ตรวจสอบกรณีตามวรรคหนึ่งแล้ว ปรากฏว่า เจ้าของรถหรือผู้ขบรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำความในมาตรา ๕๗ทวิ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
แก้การแสดงผลแล้ว · รอเทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 · arnon.work