มาตรา ๒๕๖
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๖๗๕ จุด
หมวด ๘ การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
ส่วนที่ ๒ การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ
มาตรา ๒๔๕–๒๕๙ · ๑๖ มาตรา
ในกรณีที่ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงำกิจการมีความ ประสงค์มิให้หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อ ขายหลักทรัพย์ต่อไป ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์โดยชัดแจ้งในคำเสนอซื้อ หลักทรัพย์ไว้ด้วย
บุคคลที่เคยทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงำกิจการไม่ว่าจะ ดำเนินการสำเร็จหรือไม่ จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงำกิจการได้อีกภายหลังระยะเวลา หนึ่งปีนับตั้งแต่วัที่พ้นกำหนดระยะเวลารับซื้อที่กำหนดไว้ในคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งก่อน เว้นแต่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนจะอนุมัติเป็นประการอื่น - - [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]
ให้ผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ได้ซื้อหลักทรัพย์ไว้เรียบร้อยแล้ว รายงานผลการซื้อหลักทรัพย์ต่อสำนักงานภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]
ให้สำนักงานเก็บรักษาข้อมูลคำเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้นเพื่อให้ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่คำเสนอซื้อหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับ
หลักทรัพย์ของกิจการที่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ถืออยู่ให้ นับรวมเป็นหลักทรัพย์ของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗ด้วย
(๑) คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗
(๒) บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗เกิน ร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว โดยให้นับรวมสิทธิออกเสียงของคู่ สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหุ้นนั้นด้วย
(๓) นิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗เกินร้อยละ สามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว
(๔) ผู้ถือหุ้นในบุคคลตาม(๓) ต่อไปเป็นทอดๆเริ่มจากการถือหุ้นในนิติบุคคลตาม
(๓) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูก ถือหุ้น ทั้งนี้ หากการถือหุ้นในทอดใดมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาให้นับรวมจำนวนสิทธิออกเสียงของ คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวในนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นนั้นด้วย
(๕) นิติบุคคลที่มีบุคคลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗หรือบุคคลตาม(๑) (๒) หรือ
(๓) เป็นผู้ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว
(๖) นิติบุคคลที่มีบุคคลตาม
(๕) เป็นผู้ถือหุ้นต่อไปเป็นทอดๆเริ่มจากผู้ถือหุ้นในนิติ บุคคล
(๕) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นดังกล่าว
(๗) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖หรือมาตรา ๒๔๗หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ
(๖) หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดตาม
(๘) เป็นหุ้นส่วน
(๘) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖หรือมาตรา ๒๔๗หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ
(๖) หรือห้างหุ้นส่วนสามัญตาม
(๗) เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด
(๙) นิติบุคคลที่บุ คลตามมาตรา ๒๔๖และมาตรา ๒๔๗มีอำนาจในการจัดการ เกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙