arnon.work

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรกยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๔๖๘๑,๘๓๔ มาตรา๒๑๖ หัวข้อลำดับ ๒ จาก ๗ ในประมวลกฎหมาย

แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๑,๘๘๓ จุด

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับรวมการแก้ไข
การแก้ไขภายหลัง
รวมแล้ว · ไม่ทราบถึงวันใด
ลำดับศักดิ์
ประมวลกฎหมาย
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
  1. หมวด ๓ ความปกครอง

    ๓๒ มาตรา
  2. มาตรา ๑๕๘๕

    บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและไม่มีบิดามารดาหรือบิดามารดา ถูกถอนอำนาจปกครองเสียแล้วนั้น จะจัดให้มีผู้ปกครองขึ้นในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ก็ได้ ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนตามมาตรา ๑๕๘๒ วรรคหนึ่ง ศาลจะตั้งผู้ปกครองในส่วนที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองนั้นก็ได้ หรือ ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจจัดการทรัพย์สินตามมาตรา ๑๕๘๒วรรคสองศาลจะ ตั้งผู้ปกครองเพื่อจัดการทรัพย์สินก็ได้

  3. มาตรา ๑๕๘๖

    ผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๘๕นั้น ให้ตั้งโดยคำสั่งศาลเมื่อมี การร้องขอของญาติของผู้เยาว์ อัยการ หรือผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายทีหลังได้ระบุชื่อไว้ใน พินัยกรรมให้เป็นผู้ปกครอง ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕๙๐การตั้งผู้ปกครองนั้นถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม เว้นแต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับหรือบุคคลที่ระบุชื่อไว้ใน พินัยกรรมนั้นเป็นบุ คคลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๘๗

  4. มาตรา ๑๕๘๗

    บุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วอาจถูกตั้งเป็นผู้ปกครองได้ เว้นแต่ (๑)ผู้ซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ (๒)ผู้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย (๓)ผู้ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์ (๔)ผู้ซึ่งมีหรือเคยมีคดีในศาลกับผู้เยาว์ ผู้บุพการีหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดากับผู้เยาว์ -

    (๕) ผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามไว้ิให้เป็นผู้ปกครอง

  5. มาตรา ๑๕๘๘

    หากปรากฏว่าบุ คคลที่ ศาลตั้งให้เป็นผู้ปกครองเป็นผู้ ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๘๗อยู่ในขณะที่ศาลตั้งให้เป็นผู้ปกครองโดยปรากฏ แก่ศาลเองหรือผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองนั้นเสียและ มีคำสั่งเกี่ยวกับผู้ปกครองต่อไปตามที่เห็นสมควร การเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของ บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตเว้นแต่ในกรณีการเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองที่ต้องห้าม ตามมาตรา ๑๕๘๗(๑)หรือ (๒)การกระทำของผู้ปกครองไม่ผูกพันผู้เยาว์ไม่ว่าบุคคลภายนอก จะได้กระทำการโดยสุจริตหรือไม่

  6. มาตรา ๑๕๘๙

    (ถูกยกเลิ )

  7. มาตรา ๑๕๙๐

    ผู้ ปกครองมีได้คราวหนึ่งเพียงคนเดียว แต่ในกรณีมี ข้อกำหนดพินัยกรรมให้ตั้งผู้ปกครองหลายคนหรือเมื่อมีผู้ร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร ให้ศาล มีอำนาจตั้งผู้ปกครองได้ตามจำนวนที่ศาลเห็นว่าจำเป็น ในกรณีที่ตั้งผู้ปกครองหลายคนศาลจะ กำหนดให้ผู้ปกครองเหล่านั้นกระทำการร่วมกันหรือกำหนดอำนาจเฉพาะสำหรับคนหนึ่งๆก็ได้

  8. มาตรา ๑๕๙๑

    ความเป็นผู้ปกครองนั้นเริ่มแต่วันทราบคำสั่งตั้งของศาล

  9. มาตรา ๑๕๙๒

    ให้ผู้ปกครองรีบทำบัญชีทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครองให้ เสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทราบคำสั่งตั้งของศาล แต่ผู้ปกครองจะร้องต่อศาลก่อนสิ้น กำหนดขอให้ยืดเวลาก็ได้ - บัญชีนั้นต้องมีพยานรับรองความถูกต้องอย่ งน้อยสองคนพยานสองคนนั้นต้อง เป็นผู้บรรลุนิติภาวะและเป็นญาติของผู้อยู่ในปกครอง แต่ถ้าหาญาติไม่ได้จะให้ผู้อื่นเป็นพยานก็ได้

  10. มาตรา ๑๕๙๓

    ให้ผู้ปกครองยื่นสำเนาบัญชีทรัพย์สินที่ตนรับรองว่าถูกต้องต่อ ศาลฉบับหนึ่งภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้ทำบัญชีทรัพย์สินแล้ว และศาลจะสั่งให้ผู้ปกครองชี้แจง เพิ่มเติมหรือให้นำเอกสารมาประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าบัญชีนั้นถูกต้องแล้วก็ได้ ถ้าศาลมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันยื่นบัญชี หรือวันชี้แจง เพิ่มเติม หรือวันนำเอกสารยื่นประกอบแล้วแต่กรณี ให้ถือว่าศาลยอมรับบัญชีนั้นแล้ว

  11. มาตรา ๑๕๙๔

    ถ้าผู้ปกครองไม่ปฏิบัติเกี่ยวแก่การทำบัญชีทรัพย์สินหรือการยื่น บัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๙๒หรือมาตรา ๑๕๙๓หรือไม่ ปฏิบัติตามคำสั่งศาลซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๕๙๓หรือศาลไม่พอใจในบัญชีทรัพย์สินเพราะทำขึ้นด้วย ความเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่สุจริต หรือเห็นได้ชัดว่าผู้ปกครองหย่อนความสามารถ ศาลจะ สั่งถอนผู้ปกครองนั้นเสียก็ได้

  12. มาตรา ๑๕๙๕

    ก่อนที่ศาลยอมรับบัญชีนั้น ห้ามมิให้ผู้ปกครองทำกิจการใด เว้น แต่เป็นการเร่งร้อนและจำเป็น แต่จะยกข้อห้ามดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้

  13. มาตรา ๑๕๙๖

    ถ้ามีหนี้เป็นคุณแก่ผู้ปกครองแต่เป็นโทษต่อผู้อยู่ในปกครอง หรือเป็นคุณแก่ผู้อยู่ในปกครองแต่เป็นโทษต่อผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองแจ้งข้อความเหล่านั้นต่อ ศาลก่อนลงมือทำบัญชีทรัพย์สิน ถ้าผู้ปกครองรู้ว่ามีหนี้เป็นคุณแก่ตนแต่เป็นโทษต่อผู้อยู่ในปกครอง และมิได้ แจ้งข้อความนั้นต่อศาล หนี้ของผู้ปกครองนั้นย่อมสูญไป ถ้าผู้ปกครองรู้ว่ามีหนี้เป็นโทษต่อตน แต่เป็นคุณแก่ผู้อยู่ในปกครองและมิได้ แจ้งข้อความนั้นต่อศาล ศาลจะสั่งถอนผู้ปกครองก็ได้

  14. มาตรา ๑๕๙๗

    เมื่อศาลเห็นสมควรโดยลำพัง หรือเมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือ อัยการร้องขอ ศาลอาจสั่งให้ผู้ปกครอง (๑)หาประกันอันสมควรในการจัดการทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครอง ตลอดจน การมอบคืนทรัพย์สินนั้น (๒)แถลงถึงความเป็นอยู่แห่งทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครอง -

  15. มาตรา ๑๕๙๘

    ในระหว่างปกครอง ถ้าผู้อยู่ในปกครองได้ทรัพย์สินอันมีค่ามา โดยทางมรดกหรือการให้โดยเสน่หา ให้นำมาตรา ๑๕๙๒ถึงมาตรา ๑๕๙๗มาใช้บังคับโดย อนุโลม

  16. มาตรา ๑๕๙๘/๑

    ให้ผู้ปกครองทำบัญชีทรัพย์สินส่งต่อศาลปีละครั้งนับแต่วัน เป็นผู้ปกครอง แต่เมื่อศาลได้รับบัญชีปีแรกแล้วจะสั่งให้ส่งบัญชีเช่นว่านั้นในระยะเวลาเกินหนึ่งปี ก็ได้

  17. มาตรา ๑๕๙๘/๒

    ผู้ปกครองมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ใช้อำนาจปกครอง ตามมาตรา ๑๕๖๔วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๕๖๗

  18. มาตรา ๑๕๙๘/๓

    ผู้ปกครองเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้อยู่ในปกครอง ให้นำมาตรา ๑๕๗๐มาตรา ๑๕๗๑มาตรา ๑๕๗๒มาตรา ๑๕๗๔มาตรา ๑๕๗๕ มาตรา ๑๕๗๖และมาตรา ๑๕๗๗มาใช้บังคับแก่ผู้ปกครองและผู้อยู่ในปกครองโดย อนุโลม

  19. มาตรา ๑๕๙๘/๔

    เงินได้ของผู้อยู่ในปกครองนั้น ผู้ปกครองย่อมใช้ได้ตาม สมควรเพื่อการอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาของผู้อยู่ในปกครอง ถ้ามีเหลือให้ใช้เพื่อแสวงหา ผลประโยชน์เฉพาะในเรื่องต่อไปนี้ (๑)ซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรที่รัฐบาลไทยค้ำประกัน (๒)รับขายฝากหรือรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ในลำดับแรกแต่จำนวนเงินที่รับ ขายฝากหรือรับจำนองต้องไม่เกินกึ่งราคาตลาดของอสังหาริมทรัพย์นั้น

    (๓) ฝากประจำในธนาคารที่ ได้ตั้งขึ้นโดยกฎหมายหรือที่ ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการในราชอาณาจักร (๔)ลงทุนอย่างอื่นซึ่งศาลอนุญาตเป็นพิเศษ

  20. มาตรา ๑๕๙๘/๕

    ถ้าผู้อยู่ในปกครองรู้จักผิดชอบและมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปี บริบูรณ์เมื่อผู้ปกครองจะทำกิจการใดที่สำคัญให้ปรึกษาหารือผู้อยู่ในปกครองก่อนเท่าที่จะทำได้ การที่ผู้อยู่ในปกครองได้ยินยอมด้วยนั้นหาคุ้มผู้ปกครองให้พ้นจากความรับผิด ไม่

  21. มาตรา ๑๕๙๘/๖

    ความปกครองสิ้นสุดลงเมื่อผู้อยู่ในปกครองตายหรือบรรลุ นิติภาวะ

  22. มาตรา ๑๕๙๘/๗

    ความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลงเมื่อผู้ปกครอง - (๑)ตาย (๒)ลาออกโดยได้รับอนุญาตจากศาล (๓)เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๔)เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)ถูกถอนโดยคำสั่งศาล

  23. มาตรา ๑๕๙๘/๘

    ให้ศาลสั่งถอนผู้ปกครองในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)ผู้ปกครองละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ (๒)ผู้ปกครองประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในหน้าที่ (๓)ผู้ปกครองใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ (๔)ผู้ปกครองประพฤติมิชอบซึ่งไม่สมควรแก่หน้าที่ (๕)ผู้ปกครองหย่อนความสามารถในหน้าที่จนน่าจะเป็นอันตรายแก่ประโยชน์ ของผู้อยู่ในปกครอง (๖)มีกรณีดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๘๗(๓)(๔)หรือ (๕)

  24. มาตรา ๑๕๙๘/๙

    การร้องขอให้ถอนผู้ปกครองตามมาตรา ๑๕๙๘/๘นั้น ผู้อยู่ ในปกครองซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ หรือญาติของผู้อยู่ในปกครองหรืออัยการจะเป็นผู้ ร้องขอก็ได้

  25. มาตรา ๑๕๙๘/๑๐

    ในระหว่างพิจารณาคำร้องขอให้ถอนผู้ปกครอง ศาลจะตั้ง ผู้จัดการชั่วคราวให้จัดการทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครองแทนผู้ปกครองก็ได้

  26. มาตรา ๑๕๙๘/๑๑

    ถ้าความปกครองหรือความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลง ให้ ผู้ปกครองหรือทายาทรีบส่งมอบทรัพย์สินที่จัดการแก่ผู้อยู่ในปกครองหรือทายาทหรือผู้ปกครอง คนใหม่ และให้ทำบัญชีในการจัดการทรัพย์สินส่งมอบภายในเวลาหกเดือน และถ้ามีเอกสาร เกี่ยวกับเรื่องจัดการทรัพย์สินนั้นก็ให้ส่งมอบพร้อมกับบัญชี แต่เมื่อผู้ปกครองหรือทายาทร้องขอ ศาลจะสั่งให้ยืดเวลาก็ได้ ให้นำมาตรา ๑๕๘๐และมาตรา ๑๕๘๑มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  27. มาตรา ๑๕๙๘/๑๒

    นับแต่วันส่งมอบบัญชี ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินซึ่ง ผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองจะต้องคืนให้แก่กัน - ถ้ ผู้ ปกครองใช้เงินของผู้อยู่ในปกครองนอกจากเพื่อประโยชน์ของผู้อยู่ในปกครองแล้วให้เสียดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีในจำนวนเงินนั้นตั้งแต่วันใช้เป็นต้นไป

  28. มาตรา ๑๕๙๘/๑๓

    ผู้อยู่ในปกครองมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของ ผู้ปกครองเพื่อชำระหนี้ซึ่งค้างอยู่แก่ตน บุริมสิทธินี้ให้อยู่ในลำดับที่หกถัดจากบุริมสิทธิสามัญอย่างอื่นตามมาตรา ๒๕๓ แห่งประมวลกฎหมายนี้

  29. มาตรา ๑๕๙๘/๑๔

    ผู้ปกครองไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ (๑)มีข้อกำหนดไว้ในพินัยกรรมให้ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จเท่าที่กำหนดในพินัยกรรม

    (๒) ในกรณีที่พินัยกรรมไม่ได้กำหนดบำเหน็จไว้ แต่ไม่มีข้อกำหนดห้าม ผู้ปกครองรับบำเหน็จ ผู้ปกครองจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้ ศาลจะ กำหนดให้หรือไม่เพียงใดก็ได้ (๓)ในกรณีที่ไม่มีคำสั่งตั้งผู้ปกครองไว้ในพินัยกรรม และไม่มีข้อกำหนดห้าม ผู้ปกครองรับบำเหน็จ ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้ปกครองในคำสั่งตั้งผู้ปกครองก็ได้ หรือถ้า ศาลมิได้กำหนด ผู้ปกครองจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้ ศาลจะกำหนดให้ หรือไม่เพียงใดก็ได้ ในการพิจารณากำหนดบำเหน็จ ให้ศาลพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ รายได้และฐานะ ความเป็นอยู่ของผู้ปกครองและผู้อยู่ในปกครอง ถ้าผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองแสดงได้ว่า พฤติการณ์ รายได้หรือฐานะความ เป็นอยู่ของผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองได้เปลี่ยนแปลงไปภายหลังที่ได้เข้ารับหน้าที่ผู้ปกครอง ศาลจะสั่งให้บำเหน็จงดลดเพิ่ม หรือกลับให้บำเหน็จแก่ผู้ปกครองอีกก็ได้ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้ ใช้บังคับแก่กรณีที่มีข้อกำหนดห้ามไว้ในพินัยกรรมมิให้ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จด้วย

  30. มาตรา ๑๕๙๘/๑๕

    ในกรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ ความสามารถและภริยาหรือสามีเป็นผู้อนุบาล ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้ อำนาจปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลมเว้นแต่สิทธิตามมาตรา ๑๕๖๗(๒)และ(๓)

  31. มาตรา ๑๕๙๘/๑๖

    คู่สมรสซึ่งเป็นผู้อนุบาลของคู่สมรสที่ถูกศาลสั่งให้เป็น คนไร้ความสามารถ มีอำนาจจัดการสินส่วนตัวของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งและมีอำนาจจัดการ - สินสมรสแต่ผู้เดียว แต่การจัดการสินส่วนตัวและสินสมรสตามกรณีที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๔๗๖ วรรคหนึ่งคู่สมรสนั้นจะจัดการไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

  32. มาตรา ๑๕๙๘/๑๗

    ในกรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ความสามารถ และศาลเห็นไม่สมควรให้คู่สมรสเป็นผู้อนุบาล และตั้งบิดาหรือมารดาหรือบุ คคลภายนอกเป็นผู้ อนุบาล ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้อนุบาลเป็นผู้จัดการสินสมรสร่วมกันกับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่ ถ้ามีเหตุสำคัญอันจะเกิดความเสียหายแก่คนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่นก็ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกรณีดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิร้อง ขอต่อศาลให้สั่งแยกสินสมรสได้

  33. มาตรา ๑๕๙๘/๑๘

    ในกรณีที่บิดามารดาเป็นผู้อนุบาลบุตร ถ้าบุตรนั้นยังไม่ บรรลุนิติภาวะ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจปกครองมาใช้บังคับโดย อนุโลม แต่ถ้าบุตรนั้นบรรลุนิติภาวะแล้ว ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองมา ใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่สิทธิตามมาตรา ๑๕๖๗(๒)และ(๓) ในกรณีที่บุคคลอื่นซึ่งมิใช่บิดามารดาหรือมิใช่คู่สมรสเป็นผู้อนุบาล ให้นำ บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าผู้อยู่ในความอนุบาล บรรลุนิติภาวะแล้วจะใช้สิทธิตามมาตรา ๑๕๖๗(๒)และ(๓)ไม่ได้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

-

๑)บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง

_________

โดยธรรมในลำดับและชั้นต่าง ๆ

ในลำดับและชั้นต่างๆ

หรือข้อกำหนดพินัยกรรม

ข้อกำหนดพินัยกรรม

และการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
แก้การแสดงผลแล้ว · รอเทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ · arnon.work