arnon.work

ประมวลกฎหมายที่ดิน

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรกยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๔๙๗๑๔๑ มาตรา๑๑ หัวข้อลำดับ ๕ จาก ๗ ในประมวลกฎหมาย

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับรวมการแก้ไข
การแก้ไขภายหลัง
รวมแล้ว · ไม่ทราบถึงวันใด
ลำดับศักดิ์
ประมวลกฎหมาย
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
  1. หมวด ๑๑ ค่าธรรมเนียม

    ๑๒ มาตรา
  2. มาตรา ๑๐๓

    ในการดำเนินการออกหนังสือ อัตรา แสดงสิทธิในที่ดินการรังวัดการจดทะเบียนสิทธิและ ค่าธรรมเนียม นิติกรรมหรือการทำธุระอื่นๆเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีท้าย ประมวลกฎหมายนี้ ในกรณีออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง ค่าธรรมเนียม การทำประโยชน์ตามมาตรา ๕๘ให้เรียกเก็บเฉพาะ ออกโฉนดกรณี ค่าธรรมเนียมเป็นค่าออกโฉนดที่ดินค่าออกหนังสือ เดินสำรวจ รับรองการทำประโยชน์ค่าหลักเขตที่ดิน และค่ามอบ อำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจแล้วแต่กรณีโดยผู้มี สิทธิในที่ดินจะขอรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ไปก่อนแต่ยังไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียม กฎกระทรวงฉบับที่๔๗(พ.ศ.๒๕๔๑)ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.๒๔๙๗และที่แก้ไขเพิ่มเติม ๘๐ ก็ได้ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการค้างชำระเงิน ค่าธรรมเนียมให้ปรากฏในโฉนดที่ดินหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์นั้นถ้าได้ยื่นคำขอจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมครั้งแรกให้ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ชำระ ค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ ในกรณีออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ตรีให้ กรณีย้ายแปลง ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

  3. มาตรา ๑๐๓ ทวิ

    การจดทะเบียนสิทธิและ ยกเว้น นิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่บริจาคให้แก่ทาง ค่าธรรมเนียม ราชการให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม

  4. มาตรา ๑๐๔

    ในกรณีการขอจดทะเบียน เสียค่าธรรมเนียม สิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ตามราคาประเมิน ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ให้ผู้ขอจดทะเบียนเสีย ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยคำนวณ ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ตามมาตรา ๑๐๕เบญจ พฤศจิกายนพุทธศักราช๒๕๒๐ การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับ กรณีเก็บ อสังหาริมทรัพย์ในกรณีอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ใน ค่าธรรมเนียม วรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอจดทะเบียนเสียค่าธรรมเนียมจด ตามทุนทรัพย์ ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยคำนวณตามจำนวนทุน ทรัพย์ที่ผู้ขอจดทะเบียนแสดงตามความเป็นจริง

  5. มาตรา ๑๐๕

    ให้มีคณะกรรมการกำหนด คณะกรรมการ ราคาประเมินทุนทรัพย์ประกอบด้วยปลัดกระทรวง กำหนดราคา มหาดไทยเป็นประธานกรรมการอธิบดีกรมการปกครอง ประเมินทุน หรือผู้แทนอธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้แทนอธิบดีกรม ทรัพย์ โยธาธิการและผังเมืองหรือผู้แทน อธิบดีกรมธนารักษ์ หรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือผู้แทนและผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสี่คนซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้ง เป็นกรรมการและให้ผู้อำนวยการสำนักงาน กลางประเมินราคาทรัพย์สินเป็นกรรมการและ เลขานุการ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ.๒๕๔๕ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ.๒๕๔๕ ๘๒

  6. มาตรา ๑๐๕ ทวิ

    กรรมการซึ่งรัฐมนตรี วาระกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่งตั้ง มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

  7. มาตรา ๑๐๕ ตรี

    นอกจากการพ้นจาก การพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐๕ทวิ กรรมการซึ่ง ตำแหน่งของ กรรมการ รัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิ (๑)ตาย (๒)ลาออก (๓)รัฐมนตรีให้ออก (๔)เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลาย (๕)ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ กรณีตั้งแทน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน ๘๑ ๘๒ กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองให้อยู่ วาระของ ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่ง กรรมการ ที่ตั้งแทน ได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น

  8. มาตรา ๑๐๕ จัตวา

    การประชุมของ องค์ประชุม คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องมี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ ประธานที่ กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็น ประชุม ประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียง มติที่ประชุม ข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  9. มาตรา ๑๐๕ เบญจ

    ให้คณะกรรมการ อำนาจหน้าที่ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๘๓ ๘๔

    (๑) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายนี้* (๒)ให้ความเห็นชอบต่อการกำหนดราคา ประเมินทุนทรัพย์ที่คณะอนุกรรมการประจำจังหวัด เสนอเพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ใน เขตจังหวัดนั้นหรือในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดในเขต จังหวัดนั้น

    (๓) วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามที่กรม ที่ดินขอความเห็น

    (๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์มอบหมายก็ได้ แล้ว รายงานต่อคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ * ระเบียบของคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมพ.ศ.๒๕๓๕(แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่๒)(พ.ศ.๒๕๓๘) ๘๕ (๕)ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในประมวล กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่คณะกรรมการ การใช้บัญชีราคา กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ได้ให้ความเห็นชอบ ประเมินฯ ตาม(๒)แล้วให้ปิดประกาศไว้ณสำนักงานที่ดิน จังหวัด สำนักงานที่ดินสาขา และสำนักงานเขตหรือ ที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอท้องที่

  10. มาตรา ๑๐๕ ฉ

    ให้มีคณะอนุกรรมการประจำ อนุกรรมการ จังหวัดแต่ละจังหวัดประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ประจำจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการปลัดจังหวัดสรรพากรจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสามคนซึ่งคณะกรรมการ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ และให้ธนารักษ์จังหวัด* เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการประจำจังหวัดสำหรับ อนุกรรมการ กรุงเทพมหานครประกอบด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร ประจำกรุงเทพฯ เป็นประธานอนุกรรมการผู้แทนกรมการปกครองผู้แทน กรมสรรพากรเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครและ ๘๕ * พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ.๒๕๔๕ ๘๖ ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสามคนซึ่งคณะกรรมการกำหนด ราคาประเมินทุนทรัพย์แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการและให้ ผู้อำนวยการสำนักงานกลางประเมินราคาทรัพย์สิน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ให้นำมาตรา ๑๐๕ทวิ มาตรา ๑๐๕ตรี และ มาตรา ๑๐๕จัตวา มาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการ ประจำจังหวัดโดยอนุโลม

  11. มาตรา ๑๐๕ สัตต

    ให้คณะอนุกรรมการ หน้าที่อนุฯ ประจำจังหวัดมีหน้าที่พิจารณากำหนดราคาประเมิน จังหวัด ทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนั้น หรือในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดใน เขตจังหวัดนั้นเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์

  12. มาตรา ๑๐๕ อัฏฐ

    เมื่อได้มีการประกาศ กรณีราคาซื้อขาย กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์สำหรับเขตจังหวัดใดไว้ แตกต่างจาก แล้ว ถ้าต่อมาปรากฏว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติใน ราคาประเมิน ท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่หนึ่งท้องที่ใด มากพอสมควร ๘๖ ๘๗ ในเขตจังหวัดนั้นแตกต่างจากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ ได้ประกาศกำหนดไว้มากพอสมควรให้คณะอนุกรรมการ ประจำจังหวัดนั้นพิจารณาปรับปรุงราคาประเมินทุนทรัพย์ สำหรับท้องที่นั้นเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โดยเร็ว

  13. มาตรา ๑๐๖

    (ยกเลิก)

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
ประมวลกฎหมายที่ดิน · arnon.work