มาตรา ๑๐
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๒ ตามข้อ ๓
(๒) ต้องกำหนดเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้ เพื่อประโยชน์ในการรองรับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๑) เขตป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action planning zone หรือ UPZ) ตามข้อ ๖
(๒) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๒) เขตป้องกันระยะยาว (extended planning distance หรือ EPD) ตามข้อ ๖
(๓) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๕๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๓) เขตป้องกันการบริโภคและโภคภัณฑ์ (ingestion and commodities planning distance หรือ ICPD) ตามข้อ ๖
(๔) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๓ ตามข้อ ๓
(๓) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมระดับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีตามข้อ ๒ (๑) และ
(๒) และต้องกำหนด มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมตามข้อ ๕
(๒) ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีด้วย
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๔ ตามข้อ ๓
(๔) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมระดับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีตามข้อ ๒ (๑)
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องดำเนินการ ตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่จัดทำขึ้น ตามควรแก่กรณี ตามระดับความรุนแรงของเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสี จนกระทั่งเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสียุติลง กรณีที่เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีมีลักษณะหรือขยายขอบเขตเป็นความเสียหายสาธารณะ การดำเนินการตามแผนการป้องกันอันตรายจากรังสีต้องสอดรับกับแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่แจ้งเหตุและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ และรังสี หรือจัดให้มีหน่วยงานในสถานประกอบการเพื่อทำหน้าที่ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสีตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ผู้ปฏิบัติงานหรือหน่วยงานตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับการฝึกอบรมและฝึกซ้อมเกี่ยวกับ การตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างสม่ำเสมอ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙