มาตรา ๖
แผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องจัดทำ อย่างน้อย ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) การประเมินความเสี่ยงและระดับความรุนแรงกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๒) โครงสร้างองค์กรและหน้าที่ความรับผิดชอบกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๓) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๔) ขั้นตอนการตอบสนองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๕) การยุติเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีและการฟื้นฟูสู่สภาวะปกติ
(๖) แนวทางการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี แผนป้องกันอันตรายจากรังสีตามวรรคหนึ่ง ต้องสอดคล้องกับผลการประเมินความเสี่ยง ที่อาจก่อให้เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยคำนึงถึงระดับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก ในข้อ ๒ และครอบคลุมถึงผลกระทบทางรังสีที่เห็นผลชัดเจนและที่เห็นผลไม่ชัดเจนของผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไป
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๑ ตามข้อ ๓
(๑) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีทุกระดับตามข้อ ๒ และต้องกำหนดมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีด้วย
(๑) มาตรการป้องกันเร่งด่วนที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า (precautionary urgent protective action) เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงจากผลกระทบทางรังสี ก่อนหรือทันทีที่เกิดการแพร่กระจาย ของวัสดุกัมมันตรังสีจากสถานประกอบการ
(๒) มาตรการป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action) เพื่อนำมาใช้ดำเนินการ อย่างทันท่วงทีภายในไม่กี่ชั่วโมงแต่ไม่เกินหนึ่งวันภายหลังจากเกิดการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสี จากสถานประกอบการ สำหรับการอพยพ การหลบภัย การป้องกันอันตรายจากรังสีต่อบุคคล การขจัดการปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีบนผิวหนังของบุคคล การรับประทานไอโอดีนเสถียร การป้องกัน การปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีในอาหารและน้ำประปา การจัดการทางการแพทย์ และการป้องกัน การปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีจากการค้าขายระหว่างประเทศ
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๑ ตามข้อ ๓
(๑) ต้องกำหนดเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้ เพื่อประโยชน์ในการรองรับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๑) เขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้า (precautionary action zone หรือ PAZ) สำหรับ การมีมาตรการป้องกันเร่งด่วนที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า (precautionary urgent protective action) ซึ่งมีรัศมีไม่เกิน ๕ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ และอยู่ภายในเขตป้องกันเร่งด่วน
(๒) เขตป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action planning zone หรือ UPZ) สำหรับการดำเนินการตามมาตรการป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action) ได้ทันที ซึ่งมีรัศมี ไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ และอยู่ถัดจากเขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้า
(๓) เขตป้องกันระยะยาว (extended planning distance หรือ EPD) สำหรับเตรียมการ รองรับผลกระทบทางรังสี นอกเหนือจากเขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้าและเขตป้องกันเร่งด่วนอยู่ภายใน เขตป้องกันการบริโภคและโภคภัณฑ์ ซึ่งมีรัศมีไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๔) เขตป้องกันการบริโภคและโภคภัณฑ์ (ingestion and commodities planning distance หรือ ICPD) สำหรับปกป้องห่วงโซ่อาหาร น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคจากการปนเปื้อน ด้วยวัสดุกัมมันตรังสีอย่างมีนัยสำคัญและป้องกันประชาชนจากการบริโภคอาหารและน้ำดื่ม การใช้เครื่องอุปโภคที่อาจมีการปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ซึ่งมีรัศมีไม่เกิน ๓๐๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๒ ตามข้อ ๓
(๒) ต้องจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ให้ครอบคลุมเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีทุกระดับตามข้อ ๒ และต้องกำหนดมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติม ตามข้อ ๕ (๑) และ
(๒) ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีด้วย
ผู้รับใบอนุญาตจำพวกที่ ๒ ตามข้อ ๓
(๒) ต้องกำหนดเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้ เพื่อประโยชน์ในการรองรับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
(๑) เขตป้องกันเร่งด่วน (urgent protective action planning zone หรือ UPZ) ตามข้อ ๖
(๒) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๒) เขตป้องกันระยะยาว (extended planning distance หรือ EPD) ตามข้อ ๖
(๓) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๕๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
(๓) เขตป้องกันการบริโภคและโภคภัณฑ์ (ingestion and commodities planning distance หรือ ICPD) ตามข้อ ๖
(๔) ที่มีรัศมีไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร จากสถานประกอบการ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙