กฎกระทรวงศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี พ.ศ. ๒๕๖๗
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๗๑๑ มาตราลำดับ ๑๖ จาก ๑๙ ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๖๗
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- กฎกระทรวง
ปรารภ
เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก กฎกระทรวง ศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำ ของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ขอรับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีตามมาตรา ๑๙ (๑)
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับ วัสดุกัมมันตรังสีที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีโครงสร้างที่มีความมั่นคงแข็งแรง โดยผนังห้องทุกด้านรวมพื้นและเพดาน ต้องสามารถป้องกันระดับรังสีให้อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและสามารถรองรับน้ำหนักเครื่องมือ ที่บรรจุวัสดุกัมมันตรังสีและส่วนประกอบทั้งหมด
(๒) ต้องไม่มีวัตถุอันตรายอื่นและอาหารเก็บรวมอยู่ และมีมาตรการหรือระบบป้องกัน และแก้ไขอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว
(๓) ต้องได้รับการประเมินและออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัย ทางรังสีของการใช้ประโยชน์วัสดุกัมมันตรังสีนั้น และเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑
(๔) ต้องมีการประเมินความปลอดภัยทางรังสี โดยบริเวณที่ปฏิบัติงานทางรังสีต้องมีปริมาณรังสี ที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับไม่เกิน ๔๐๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณที่มีผลกระทบถึงประชาชนทั่วไป ต้องมีปริมาณรังสีที่ประชาชนทั่วไปได้รับไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก
ห้ามมิให้ตั้งสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรมภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน เว้นแต่ในกรณี มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เลขาธิการอาจประกาศกำหนดเปลี่ยนแปลงได้
ในกรณีที่สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ประเภทโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ใกล้เขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย หรืออาคารชุดพักอาศัย ศูนย์การค้า โรงเรียนหรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน สถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐหรือเขตอนุรักษ์ และเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีความมั่นคงปลอดภัยทางรังสีและมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสี ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องสำรวจรังสีหรือเครื่องเฝ้าระวังปริมาณรังสีที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจาก วัสดุกัมมันตรังสีและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี และต้องได้รับ การสอบเทียบมาตรฐานของเครื่องสำรวจรังสีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง รวมทั้งตรวจสอบสภาพ ของเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนดตามคู่มือการใช้งาน
(๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสี และลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี และต้องประเมินการได้รับรังสี สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีทุกคนเป็นประจำอย่างน้อยทุกสามเดือน หากเป็นผู้ปฏิบัติงานทางรังสี สำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรมหรือวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับ งานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ให้ประเมินการได้รับรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี เป็นประจำทุกเดือน
(๓) มาตรวัดรังสีแบบพกพาที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากวัสดุกัมมันตรังสี และลักษณะการใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันอันตรายทางรังสี สำหรับวัสดุกัมมันตรังสี ประเภทที่ ๑ เฉพาะโรงงานฉายรังสีทางอุตสาหกรรม วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ เฉพาะอุปกรณ์ถ่ายภาพ ด้วยรังสีแกมมาทางอุตสาหกรรม และวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกสำหรับงานเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งอย่างน้อยหนึ่งเครื่องและต้องได้รับการสอบเทียบมาตรฐานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่เห็นสมควร เลขาธิการอาจประกาศกำหนดให้มีการใช้มาตรวัดรังสีแบบอื่นใดสำหรับ วัสดุกัมมันตรังสีเพื่อให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้
(๔) เครื่องมืออื่น ๆ ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับแผนการป้องกันอันตรายทางรังสี
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับและประเภท ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก
(๑) การขอรับใบอนุญาตผลิต ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๒) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๑ ต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสี และเครื่องกำเนิดรังสี
(๓) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔ ชนิดไม่ปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูงหรือระดับกลาง ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๔) การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ ๔ ชนิดปิดผนึก ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับต้น ประเภทวัสดุกัมมันตรังสีหรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสี และเครื่องกำเนิดรังสี
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสี สำหรับการปฏิบัติงาน โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) สายการบังคับบัญชาด้านความปลอดภัยทางรังสี ซึ่งระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องและหน้าที่ ความรับผิดชอบ อย่างครบถ้วนและชัดเจน
(๒) การจัดแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงาน และมีมาตรการควบคุมการเข้า ออกพื้นที่ อย่างชัดเจน
(๓) กฎระเบียบ มาตรการความปลอดภัยทางรังสี แผนงาน และขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับรังสีน้อยที่สุด
(๔) แผนการตรวจวัดรังสี ทั้งที่บริเวณปฏิบัติงานทางรังสีและบริเวณสาธารณะ โดยกำหนด ระยะเวลาที่จะดำเนินการอย่างชัดเจน
(๕) แผนการปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉินทางรังสี และรายละเอียดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เพียงพอในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสี เมื่อมีกรณีฉุกเฉินทางรังสี รวมถึงแผนการฝึกซ้อม
(๖) แผนการดำเนินงานเมื่อเลิกใช้วัสดุกัมมันตรังสีหรือวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗๘ และมาตรา ๗๙
(๗) ระบบควบคุมและการจัดทำทะเบียนวัสดุกัมมันตรังสี และระบุระยะเวลาการตรวจสอบ ทะเบียนที่เหมาะสม
(๘) การสอบเทียบเครื่องมือที่ใช้ในแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เป็นไปตามข้อ ๕
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามประเภท ของวัสดุกัมมันตรังสีตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก
ในกรณีที่มีการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสี ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีวิธีการขนส่ง วัสดุกัมมันตรังสีที่ปลอดภัย รวมทั้งวิธีปฏิบัติกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินระหว่างการขนส่ง วัสดุกัมมันตรังสีที่เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๙
ให้นำความในข้อ ๒
(๑) ข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้า หรือส่งออกวัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม
ให้นำความในข้อ ๒
(๑) และข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำผ่าน วัสดุกัมมันตรังสีด้วยโดยอนุโลม ให้ไว้ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘
(๘) และมาตรา ๒๙ (๑)
(ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออก กฎกระทรวงกำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เพื่อให้ผู้ขอรับ ใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของวัสดุกัมมันตรังสี ที่ขออนุญาต จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน