มาตรา ๒๑
หมวด ๑ วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑
ส่วนที่ ๓ ผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
มาตรา ๒๐–๒๗ · ๘ มาตรา
ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และมีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ติดบัตรประจำตัว หรือวิธีการอื่นที่คล้ายคลึงกัน บัตรประจำตัวหรือวิธีการอื่นตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรูปถ่าย ชื่อ และตำแหน่งของผู้ถือบัตร พื้นที่ที่สามารถเข้าออกได้ เลขที่บัตร วันที่บัตรหมดอายุ
ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้ลงทะเบียนผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมแล้ว และในการเข้าพื้นที่ดังกล่าวผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมต้องติดบัตรผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมและมีบุคลากร ตามข้อ ๒๐ อยู่ด้วยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก การลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องระบุชื่อ หน่วยงาน วัน เวลา และวัตถุประสงค์ ของผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชม รวมทั้งผู้ซึ่งประสงค์จะติดต่อ
ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบและตรวจค้นบุคคลที่จะผ่านเข้าพื้นที่หวงกัน เพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรม การเข้าถึงโดยมิชอบ หรือการนำวัสดุหรืออุปกรณ์ต้องห้าม เข้าไปในพื้นที่หวงกัน รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ตรวจจับวัสดุนิวเคลียร์ โลหะ และวัตถุระเบิดไว้ประจำที่ทางเข้าพื้นที่หวงกันด้วย
เพื่อควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการจัดทำบัญชี ผู้เข้าถึงหรือผู้ครอบครองกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม และพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือจัดให้มีระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นใดที่สามารถควบคุมการเข้าถึง วัสดุนิวเคลียร์ได้ การควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ป้องกันไม่ให้มีการทำกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์สำรอง โดยไม่ได้รับอนุญาต
(๒) เปลี่ยนรหัสกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
(๓) เปลี่ยนชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์เมื่อมีหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดกับชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙