arnon.work

กฎกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๗๖๑ มาตรา๑๒ หัวข้อลำดับ ๑๑ จาก ๑๙ ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๖๗
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
กฎกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก กฎกระทรวง ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘ (๑๘) มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๑/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ในกฎกระทรวงนี้ “สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑” หมายความว่า

    (๑) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานขนาดกำลังเกิน ๑๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๒) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาดกำลังเกิน ๑๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๓) สถานที่จัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว (แบบเปียก) ที่มีปริมาณเทียบเท่ากับที่ใช้ใน เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกำลังเกิน ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๔) สถานที่แปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่มีปริมาณเทียบเท่ากับที่ใช้ใน เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกำลังเกิน ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน) “สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒” หมายความว่า

    (๑) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานขนาดกำลังเกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน) แต่ไม่เกิน ๑๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๒) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาดกำลังเกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน) แต่ไม่เกิน ๑๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๓) สถานที่ประกอบเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (๔) สถานที่จัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว (แบบเปียก) ที่มีปริมาณเทียบเท่ากับที่ใช้ใน เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกำลังเกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน) แต่ไม่เกิน ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๕) สถานที่แปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่มีปริมาณเทียบเท่ากับที่ใช้ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ขนาดกำลังเกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน) แต่ไม่เกิน ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ (ความร้อน) “สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓” หมายความว่า

    (๑) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานขนาดกำลังไม่เกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๒) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาดกำลังไม่เกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๓) สถานที่จัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว (แบบเปียก) ที่มีปริมาณเทียบเท่ากับที่ใช้ใน เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกำลังไม่เกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน)

    (๔) สถานที่จัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว (แบบแห้ง)

    (๕) สถานที่แปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่มีปริมาณเทียบเท่ากับที่ใช้ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ขนาดกำลังไม่เกิน ๒ เมกะวัตต์ (ความร้อน) “สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔” หมายความว่า

    (๑) สถานที่แต่งแร่เพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์

    (๒) สถานที่เปลี่ยนรูปหรือเสริมสมรรถนะวัสดุนิวเคลียร์

    (๓) สถานที่จัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ “สถานประกอบการทางนิวเคลียร์” ให้หมายความรวมถึง สถานที่จัดเก็บ และสถานที่ ประกอบกิจการที่มีวัสดุนิวเคลียร์ “การรักษาความมั่นคงปลอดภัย” หมายความว่า การป้องกัน การตรวจจับ และการตอบสนอง ต่อการก่อวินาศกรรม การเข้าถึงโดยมิชอบ การเคลื่อนย้ายหรือการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ หรือการกระทำอื่นใดอันมีเจตนากระทำผิดกฎหมายต่อวัสดุนิวเคลียร์ สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการ ที่มีวัสดุนิวเคลียร์ หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ “พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด” หมายความว่า พื้นที่ภายในพื้นที่หวงห้ามที่มีเครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุนิวเคลียร์ หรืออุปกรณ์ที่สำคัญ ซึ่งหากได้รับความเสียหายจะทำให้เกิดผลกระทบทางรังสี อย่างร้ายแรง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม “พื้นที่หวงห้าม” หมายความว่า พื้นที่ภายในพื้นที่หวงกันที่มีวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ หรือเป้าหมายการก่อวินาศกรรมอยู่ภายใน โดยพื้นที่หวงห้ามมีการล้อมรอบด้วยรั้ว กำแพง หรือเครื่องกีดขวางใดๆ ซึ่งใช้ป้องกันการบุกรุก และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มเติม “พื้นที่หวงกัน” หมายความว่า พื้นที่ตั้งของสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการ ที่มีวัสดุนิวเคลียร์ หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่มีการล้อมรอบพื้นที่ด้วยรั้ว กำแพง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก หรือเครื่องกีดขวางใด ๆ ซึ่งใช้ป้องกันการบุกรุก และมีการควบคุมทางเข้าออก โดยพื้นที่กลางแจ้ง ของพื้นที่หวงกันต้องปราศจากวัตถุ สิ่งของ หรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่บุคคลอาจใช้ซ่อนเร้นกำบังกายได้ “การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ” หมายความว่า การลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือการกระทำความผิดอื่นใดเกี่ยวกับทรัพย์ต่อวัสดุนิวเคลียร์ “การก่อวินาศกรรม” หมายความว่า การกระทำใดๆ ต่อวัสดุนิวเคลียร์ สถานที่จัดเก็บหรือ สถานที่ประกอบกิจการที่มีวัสดุนิวเคลียร์ หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ โดยเจตนาให้เกิดอันตราย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมต่อชีวิต ร่างกาย อนามัยของบุคคลหรือต่อสิ่งแวดล้อม จากการรับรังสี หรือการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ “ภัยคุกคาม” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลที่มีเหตุจูงใจ เจตนา และความสามารถ ในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม “การประเมินภัยคุกคาม” หมายความว่า การประเมินภัยคุกคามที่สำนักงานจัดทำขึ้น โดยประมวลจากข่าวกรอง ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแหล่งข่าวอื่น ๆ ที่ระบุได้ ซึ่งอธิบายถึง เหตุจูงใจ เจตนา และความสามารถของภัยคุกคาม “ภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ” หมายความว่า ลักษณะเฉพาะของภัยคุกคามที่สำนักงาน จัดทำขึ้น เพื่อใช้ในการออกแบบและประเมินระบบการคุ้มครองทางกายภาพเพื่อรับมือกับภัยคุกคาม ดังกล่าว “ระบบการคุ้มครองทางกายภาพ” หมายความว่า การบูรณาการทั้งด้านบุคลากร วิธีการปฏิบัติ เครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม “หน่วยกำลังตอบโต้” หมายความว่า บุคคลที่อยู่ในหรือนอกสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ ประกอบกิจการที่มีวัสดุนิวเคลียร์ หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ซึ่งมีอาวุธและอุปกรณ์เพื่อตอบโต้ การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ระบบคอมพิวเตอร์ของสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ ประกอบกิจการที่มีวัสดุนิวเคลียร์ หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องกับ

    (๑) ความปลอดภัย

    (๒) ระบบการคุ้มครองทางกายภาพ

    (๓) การเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

    (๔) ระบบสนับสนุนอื่นๆ ที่หากชำรุดบกพร่อง อาจทำให้ประสิทธิภาพของ (๑) (๒) หรือ

    (๓) ลดลง “ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์ ตามมาตรา ๓๖

    (๑) และผู้รับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๕๕

  2. มาตรา ๒

    ประเภทของวัสดุนิวเคลียร์ตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออก ตามความในมาตรา ๓๖ วรรคสอง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  3. มาตรา ๓

    ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีวัสดุนิวเคลียร์หลายประเภท หรือสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ใดอาจจัดเป็นสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ได้หลายประเภท ให้ใช้วิธีการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่มีมาตรฐานสูงกว่า

  4. มาตรา ๔

    แผนความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่ผู้รับใบอนุญาตได้เสนอต่อเลขาธิการ พร้อมคำขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๖

    (๑) หรือใบอนุญาต ก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตามมาตรา ๕๕ แล้วแต่กรณี ต้องระบุสถานการณ์ที่เป็นไปได้ โดยพิจารณาจากการประเมินภัยคุกคามหรือภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือที่อาจทำให้การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรมกระทำได้สำเร็จ แผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมทั้งระบบ การคุ้มครองทางกายภาพและแผนเผชิญเหตุที่สามารถตอบโต้การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ และการก่อวินาศกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และวัสดุนิวเคลียร์ที่มีอยู่ และต้องพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าสามารถปฏิบัติตามแผนนั้นได้ การระบุสถานการณ์ที่เป็นไปได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้รับใบอนุญาตต้องคำนึงถึงปัจจัยอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ ประกอบด้วย

    (๑) ที่ตั้งของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๒) วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ และกากกัมมันตรังสีในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๓) ภัยคุกคามจากบุคคลภายนอกหรือบุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

  5. มาตรา ๕

    วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์หรือสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ที่กำหนดไว้ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพ ต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าวิธีการที่กำหนดไว้ ในกฎกระทรวงนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องทบทวนและทดสอบวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อประเมินว่าวิธีการดังกล่าวยังคงมีประสิทธิภาพ วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการแล้ว หากผู้รับใบอนุญาต ประสงค์จะปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติม ให้ผู้รับใบอนุญาตเสนอเลขาธิการเพื่อขอความเห็นชอบก่อน ตามวิธีการที่เลขาธิการกำหนด ผู้รับใบอนุญาตต้องดูแลอุปกรณ์และเครื่องมือที่กำหนดไว้ในวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองให้พร้อมใช้ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าหลักไม่อาจจ่ายไฟฟ้า ให้แก่สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ได้เพียงพอ เพื่อให้อุปกรณ์หรือเครื่องมือ ซึ่งใช้ไฟฟ้าที่กำหนดไว้ ในวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยยังคงอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติ จนกว่าจะมีไฟฟ้าใช้ได้ ตามปกติหรือมีมาตรการอื่นทดแทนอุปกรณ์หรือเครื่องมือเหล่านั้น เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  6. มาตรา ๖

    ผู้รับใบอนุญาตต้องออกแบบระบบการคุ้มครองทางกายภาพให้สอดคล้องกับระบบ ความปลอดภัยเชิงวิศวกรรม โดยคำนึงถึงลักษณะพิเศษของการดำเนินการ การป้องกันอัคคีภัย การป้องกันอันตรายจากรังสี และมาตรการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

  7. มาตรา ๗

    ในการออกแบบระบบการคุ้มครองทางกายภาพ ผู้รับใบอนุญาตต้องคำนึงถึง การป้องกันอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) การป้องกันมิให้ผู้ซึ่งประสงค์จะเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม เข้าถึงเป้าหมาย

    (๒) การป้องกันมิให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มีโอกาส ในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม

    (๓) การป้องกันสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จากการโจมตีระยะไกล

  8. มาตรา ๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดการให้ระบบการคุ้มครองทางกายภาพ ระบบความปลอดภัย ทางนิวเคลียร์ และระบบการทำบัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์ ทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกัน และจัดให้มี การประเมินการทำงานร่วมกันของทั้งสามระบบดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ในกรณีที่ไม่สามารถทำให้ทั้งสามระบบตามวรรคหนึ่งทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ อย่างน้อยต้องจัดการให้การทำงานของระบบการคุ้มครองทางกายภาพไม่ขัดแย้งกับระบบความปลอดภัย ทางนิวเคลียร์และระบบการทำบัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์

  9. มาตรา ๙

    เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ สำนักงานอาจออกประกาศ กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ได้

  1. หมวด ๑ วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

  2. ส่วนที่ ๑ พื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    ๖ มาตรา
  3. มาตรา ๑๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ออกเป็น ๓ ส่วน

    (๑) พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

    (๒) พื้นที่หวงห้าม

    (๓) พื้นที่หวงกัน

  4. มาตรา ๑๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเก็บและใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ภายในพื้นที่ หวงห้ามเด็ดขาดเท่านั้น เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  5. มาตรา ๑๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ไว้ในห้องนิรภัยหรือห้องมั่นคง ที่มีการตรวจจับและการหน่วงเวลาการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง บริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ต้องใส่กุญแจและเปิดสัญญาณเตือนภัยไว้ตลอดเวลา เว้นแต่ ขณะเข้ามาเอาวัสดุนิวเคลียร์ตามตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์อยู่นอกบริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์โดยไม่มีผู้ดูแล ผู้รับใบอนุญาต ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทดแทนเช่นเดียวกับกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์นั้นอยู่ในบริเวณ ที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์

  6. มาตรา ๑๓

    ในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการ เพื่อป้องกันภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวาง หรืออุปกรณ์ป้องกันการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ที่เป็นเอกเทศจากพื้นที่อื่น

    (๒) มีทางเข้าออกเดียว เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการให้มีทางเข้าออกมากกว่าหนึ่งทาง และต้องให้มีการรักษาการทางเข้าออกนั้น ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉินต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจาก ภายนอกได้

    (๓) มีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัย ที่ทางเข้าออกและทางออกฉุกเฉิน ถ้าบริเวณใดในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ใช้งาน ต้องมีการปิดพื้นที่ และเปิดระบบสัญญาณเตือนภัยที่จะเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าออกหรือเคลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ที่ปิดอยู่นั้น

    (๔) มีการระบุกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าในตารางงานของสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์

    (๕) ก่อนการเริ่มใช้งานเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ ที่ปิดการใช้งาน หรือหยุด เดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตความผิดปกติ ของเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ดังกล่าวด้วย

    (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  7. มาตรา ๑๔

    ในพื้นที่หวงห้าม ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกัน ภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวางอย่างน้อยสองชั้น แยกเป็นเอกเทศจากเครื่องกีดขวางของพื้นที่อื่น และในระหว่างเครื่องกีดขวางแต่ละชั้นต้องจัดให้มีระบบตรวจจับการบุกรุกด้วย โดยเครื่องกีดขวาง ชั้นนอกสุดต้องสามารถทนต่อการพุ่งชนของยานพาหนะได้ และเครื่องกีดขวางชั้นในสุดต้องสามารถตรวจ และเตือนให้ทราบเมื่อมีความพยายามเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม และสามารถหน่วงเวลา การออกจากพื้นที่หวงห้ามของบุคคลและยานพาหนะที่ไม่มีสิทธิเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้ รวมทั้ง คำนึงถึงมาตรการป้องกันและรับมือการจู่โจมและการโจมตีทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นด้วย

    (๒) มีทางเข้าออกเท่าที่จำเป็นและมีการรักษาการทุกแห่ง ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉิน ต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจากภายนอกได้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (๓) มีระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัยที่ทางเข้าออก และทางออกฉุกเฉิน

    (๔) จัดให้มีสถานีเตือนภัย

    (๕) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงห้ามเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงห้าม จากระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  8. มาตรา ๑๕

    ในพื้นที่หวงกัน ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกัน ภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเครื่องกีดขวางล้อมอยู่โดยรอบและบริเวณทั้งสองด้านของเครื่องกีดขวางต้องเป็นพื้นที่โล่ง รวมถึงมีไฟส่องสว่างเพียงพอสำหรับสังเกตการณ์พฤติกรรมที่นำไปสู่การบุกรุกได้

    (๒) มีระบบสัญญาณเตือนภัยสำหรับตรวจและเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามา ในพื้นที่หวงกัน และต้องมีการประเมินเหตุของสัญญาณเตือนภัยโดยพลันเพื่อตอบสนองต่อเหตุนั้น อย่างทันท่วงที

    (๓) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงกันเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงกัน จากระบบโทรทัศน์วงจรปิด

    (๔) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด

  9. ส่วนที่ ๒ สถานีเตือนภัย

    ๔ มาตรา
  10. มาตรา ๑๖

    สถานีเตือนภัย ได้แก่ สถานีเตือนภัยกลางและสถานีเตือนภัยสำรอง ต้องตั้งอยู่ ในพื้นที่หวงห้าม และมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) เฝ้าระวัง บันทึก และประเมินสัญญาณเตือนภัย

    (๒) ตอบสนองต่อสัญญาณเตือน

    (๓) ติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้และผู้เกี่ยวข้อง ในกรณีที่สถานีเตือนภัยกลางไม่สามารถทำหน้าที่ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้สถานีเตือนภัยสำรองทำหน้าที่แทนสถานีเตือนภัยกลาง

  11. มาตรา ๑๗

    สถานีเตือนภัย ประกอบด้วย

    (๑) ห้องหรืออาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง ประตู หน้าต่าง เพดาน และพื้นห้อง หรืออาคารต้องสามารถป้องกันกระสุนจากอาวุธปืนได้ และไม่สามารถมองเห็นสภาพภายในห้องจาก ภายนอกพื้นที่หวงห้ามได้ รวมทั้งไม่มีระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการตามปกติ ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจรบกวนหน้าที่ของสถานีเตือนภัย

    (๒) มีแผงควบคุมอุปกรณ์เตือนภัยและมีการแสดงผลโดยระบุถึง เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (ก) ประเภทสัญญาณเตือนภัย เช่น สัญญาณตรวจจับการบุกรุก สัญญาณฉุกเฉิน

    (ข) ที่ตั้งของอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณเตือนภัย

    (ค) สถานะการทำงานของอุปกรณ์เตือนภัย

    (๓) มีมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการทำสำรอง (redundancy) เพื่อให้สถานีเตือนภัยยังคงทำงาน ได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น และมีเครื่องสำรองไฟฟ้า รวมทั้งมีการป้องกันการลักลอบเข้าถึงข้อมูล การเฝ้าระวังการล่อลวง และการปลอมแปลง

    (๔) มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอดเวลาเพื่อเฝ้าระวัง ประเมินสัญญาณเตือนภัย เริ่มต้น การตอบสนองต่อสัญญาณเตือนภัย และติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยกำลังตอบโต้ และฝ่ายสถานที่ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๕) มีอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารทั้งชนิดมีสายและชนิดไร้สาย รวมถึงจัดให้มีระบบสายส่งสำรอง และระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับอุปกรณ์เตือนภัยและสถานีเตือนภัย

  12. มาตรา ๑๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้อุปกรณ์เตือนภัยทั้งหมดมีลักษณะหรือการทำงานที่สามารถบ่งชี้ หรือมีการแจ้งเตือนให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์รู้หรือควรรู้ได้ทันที ว่าอุปกรณ์เตือนภัยดังกล่าวเกิดความชำรุดบกพร่องหรือมีการแก้ไขดัดแปลงโดยไม่ชอบ

  13. มาตรา ๑๙

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการทดสอบ ประเมินประสิทธิภาพ และซ่อมบำรุง อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารและอุปกรณ์เตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ได้ตลอดเวลา ผู้รับใบอนุญาตต้องมีแผนสำรองในกรณีที่อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารหรืออุปกรณ์เตือนภัยตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถใช้การได้

  14. ส่วนที่ ๓ ผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    ๘ มาตรา
  15. มาตรา ๒๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และมีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ติดบัตรประจำตัว หรือวิธีการอื่นที่คล้ายคลึงกัน บัตรประจำตัวหรือวิธีการอื่นตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรูปถ่าย ชื่อ และตำแหน่งของผู้ถือบัตร พื้นที่ที่สามารถเข้าออกได้ เลขที่บัตร วันที่บัตรหมดอายุ

  16. มาตรา ๒๑

    ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้ลงทะเบียนผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมแล้ว และในการเข้าพื้นที่ดังกล่าวผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมต้องติดบัตรผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมและมีบุคลากร ตามข้อ ๒๐ อยู่ด้วยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก การลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องระบุชื่อ หน่วยงาน วัน เวลา และวัตถุประสงค์ ของผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชม รวมทั้งผู้ซึ่งประสงค์จะติดต่อ

  17. มาตรา ๒๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบและตรวจค้นบุคคลที่จะผ่านเข้าพื้นที่หวงกัน เพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรม การเข้าถึงโดยมิชอบ หรือการนำวัสดุหรืออุปกรณ์ต้องห้าม เข้าไปในพื้นที่หวงกัน รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ตรวจจับวัสดุนิวเคลียร์ โลหะ และวัตถุระเบิดไว้ประจำที่ทางเข้าพื้นที่หวงกันด้วย

  18. มาตรา ๒๓

    เพื่อควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการจัดทำบัญชี ผู้เข้าถึงหรือผู้ครอบครองกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม และพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือจัดให้มีระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นใดที่สามารถควบคุมการเข้าถึง วัสดุนิวเคลียร์ได้ การควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) ป้องกันไม่ให้มีการทำกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์สำรอง โดยไม่ได้รับอนุญาต

    (๒) เปลี่ยนรหัสกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

    (๓) เปลี่ยนชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์เมื่อมีหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดกับชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต

  19. มาตรา ๒๔

    ในกรณีที่บุคลากรตามข้อ ๒๐ ไม่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม และพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือไม่ได้ทำงานที่สถานประกอบการทางนิวเคลียร์แล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการเปลี่ยนกุญแจ ชุดกุญแจ หรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนรหัสกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์นิรภัย ที่ใช้ในการผ่านเข้าออก ที่บุคลากรนั้นรู้หรือเคยครอบครองใหม่ทั้งหมด

  20. มาตรา ๒๕

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่แสดงให้เห็นว่า บุคคลใด ทำงานใด ในพื้นที่ใด ในช่วงเวลาใด เพื่อใช้ตรวจสอบและควบคุมการทำงานของบุคคล ดังกล่าว การปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้บุคคลอย่างน้อยสองคน ปฏิบัติงานร่วมกันตลอดเวลา

  21. มาตรา ๒๖

    เพื่อป้องกันการลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกไปจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจค้นบุคคลทุกคนที่ออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดอย่างน้อยสองรอบ โดยการตรวจค้นรอบแรกให้กระทำก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และการตรวจค้น รอบที่สองให้กระทำก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะออกจากพื้นที่หวงกัน

  22. มาตรา ๒๗

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีขั้นตอนปฏิบัติในการรับช่วงการถือครองวัสดุนิวเคลียร์จาก บุคลากรหนึ่งไปยังอีกบุคลากรหนึ่ง และให้บุคลากรทุกคนตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนที่จะรับช่วงการถือครอง วัสดุนิวเคลียร์ว่าไม่มีเหตุแทรกแซงหรือการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  23. ส่วนที่ ๔ สิ่งของในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    ๓ มาตรา
  24. มาตรา ๒๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบสิ่งของที่จะผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงกัน และห้ามผู้รับใบอนุญาตอนุญาตให้นำสิ่งของใด ๆ เข้าไปในพื้นที่หวงกัน ยกเว้นสิ่งของที่ได้กำหนดไว้แล้ว ในตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และมิใช่สิ่งของต้องห้าม

  25. มาตรา ๒๙

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบสิ่งของที่จะออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อป้องกันการลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากพื้นที่ดังกล่าว

  26. มาตรา ๓๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ในพื้นที่ หวงห้ามเด็ดขาดในเรื่อง ดังต่อไปนี้

    (๑) การควบคุมการนำวัสดุนิวเคลียร์เข้ามาและออกจากพื้นที่เก็บวัสดุนิวเคลียร์

    (๒) การควบคุมการจัดวางและการเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ภายในพื้นที่เก็บวัสดุนิวเคลียร์

    (๓) การควบคุมรายการวัสดุนิวเคลียร์ ปริมาณ และสถานะว่าเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ

  27. ส่วนที่ ๕ ยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    ๕ มาตรา
  28. มาตรา ๓๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้าม ของยานพาหนะที่ได้รับอนุญาต สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณทางเข้าออก พื้นที่หวงห้าม

  29. มาตรา ๓๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสองคนซึ่งไม่มีสิทธิ เข้าไปในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ทำการตรวจยานพาหนะที่ออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อป้องกัน การลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากพื้นที่ดังกล่าว

  30. มาตรา ๓๓

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้ยานพาหนะของผู้รับใบอนุญาตที่กำหนดให้ใช้เฉพาะ ภายในพื้นที่หวงกันมีการใช้งานอยู่เฉพาะภายในพื้นที่หวงกันเท่านั้น เว้นแต่มีกรณีซ่อมบำรุงหรือเหตุฉุกเฉิน ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการควบคุมดูแลผู้ขับขี่และการใช้ยานพาหนะในพื้นที่หวงกัน ให้เป็นไปตามตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

  31. มาตรา ๓๔

    ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ยานพาหนะของบุคคลภายนอกเข้ามาในสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ได้เฉพาะในพื้นที่หวงกันเท่านั้น และต้องมีการตรวจจับอาวุธ ระเบิด รวมถึงวัสดุ หรืออุปกรณ์ต้องห้าม ก่อนที่ยานพาหนะจะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่บนยานพาหนะตลอดเวลา ที่อยู่ในพื้นที่หวงกัน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่อนุญาตให้ยานพาหนะของบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และการขึ้นลงยานพาหนะต้องกระทำในจุดที่ห่างจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

  32. มาตรา ๓๕

    ห้ามผู้รับใบอนุญาตอนุญาตให้บุคคลภายนอกนำยานพาหนะเข้ามาจอดในพื้นที่ ของสถานประกอบการ เว้นแต่เป็นการอนุญาตให้จอดยานพาหนะชั่วคราวเพื่อขนส่งบุคคลหรือสิ่งของ

  33. ส่วนที่ ๖ หน่วยรักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้

    ๘ มาตรา
  34. มาตรา ๓๖

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีหน่วยรักษาความปลอดภัยสำหรับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสามคนปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ตลอดเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งทำหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีวิธีปฏิบัติสำหรับหน่วยรักษาความปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อย ต้องประกอบด้วย

    (๑) โครงสร้างการบังคับบัญชา

    (๒) หน้าที่โดยละเอียดของบุคลากรในหน่วยรักษาความปลอดภัย

    (๓) ขั้นตอนการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ ที่มีภัยคุกคามต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

  35. มาตรา ๓๗

    ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีหน้าที่อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

    (๑) ยับยั้งผู้บุกรุกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๒) ตรวจจับการบุกรุก

    (๓) ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๔) เสริมมาตรการที่มีอยู่ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    (๕) ตอบสนองต่อเหตุการณ์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยทันที

  36. มาตรา ๓๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ มีการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีเพื่อไม่ให้การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ หรือการก่อวินาศกรรมกระทำได้สำเร็จ ให้ผู้รับใบอนุญาตและหน่วยกำลังตอบโต้ร่วมกันประเมินและทดสอบบุคลากร วิธีการปฏิบัติ และอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และเหมาะสมกับ สิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจากธรรมชาติ อุตสาหกรรม หรือภัยคุกคาม รวมทั้งเป็นไปตามข้อกำหนด การประเมินความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพต่อการป้องกันภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบข้อบกพร่องที่สำคัญจากการประเมินหรือการทดสอบตามวรรคสอง ให้รายงานข้อบกพร่องและการแก้ไขต่อสำนักงาน

  37. มาตรา ๓๙

    เพื่อประโยชน์ในการตรวจจับการบุกรุก การประเมินสัญญาณเตือนภัย และการตอบสนอง ต่อสัญญาณเตือนภัย ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบวิทยุสื่อสารสองทาง เพื่อสื่อสารเป็นการเฉพาะ ระหว่างสถานีเตือนภัยกับหน่วยกำลังตอบโต้ และระหว่างสถานีเตือนภัยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยต้องจัดให้มีระบบสำรองและการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบวิทยุสื่อสารสองทางด้วย บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยต้องติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้เป็นระยะ ตามช่วงเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตกำหนดไว้

  38. มาตรา ๔๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และหน่วยกำลังตอบโต้ที่พร้อมจะเข้าระงับความพยายามใด ๆ ในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ภายนอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ต้องมีการติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะ ๆ ตามช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการฝึก และมีอุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงการมี การใช้ และการพกพาอาวุธอย่างเพียงพอเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับของกฎหมาย

  39. มาตรา ๔๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการสุ่มลาดตระเวนพื้นที่หวงห้าม เพื่อป้องกันผู้บุกรุกและตรวจจับการบุกรุก รวมทั้งตรวจตราอุปกรณ์เครื่องมือในระบบการคุ้มครอง ทางกายภาพ เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบการคุ้มครองทางกายภาพและตอบสนองต่อเหตุที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้น

  40. มาตรา ๔๒

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจจับการบุกรุก และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และหน่วยกำลังตอบโต้อย่างเพียงพอ พร้อมที่จะปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุที่ผู้รับใบอนุญาตประเมินแล้วว่า เกี่ยวข้องกับการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม

  41. มาตรา ๔๓

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้หน่วยกำลังตอบโต้รู้เกี่ยวกับแผนผังของสถานประกอบการ และตำแหน่งที่ตั้งของวัสดุนิวเคลียร์ และมีความรู้อย่างเพียงพอในการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อเตรียมพร้อมกับการปฏิบัติการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยทางรังสี

  42. ส่วนที่ ๗ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

    ๓ มาตรา
  43. มาตรา ๔๔

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคาม ทางไซเบอร์ที่กระทบหรืออาจกระทบต่อระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย บัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์ และระบบสนับสนุนอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยอย่างน้อยต้องสามารถรับมือได้ ตามภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  44. มาตรา ๔๕

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำและดำเนินการตามแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และจัดให้มี ยุทธศาสตร์การป้องกันเชิงลึกที่สามารถตรวจจับ ตอบสนอง และกู้คืนระบบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วย ให้ปรับปรุงและพัฒนาแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เป็นตามผลการประเมินวิเคราะห์ ความเสี่ยง อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

  45. มาตรา ๔๖

    ให้ผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบและประเมินเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และแจ้งสำนักงานโดยเร็ว

  1. หมวด ๒

    ๔ มาตรา
  2. มาตรา ๔๗

    การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ และสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ออกเป็นพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่หวงกัน และต้องจัดเก็บหรือใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ภายในพื้นที่หวงห้ามเท่านั้น ให้นำความในข้อ ๑๔ ถึงข้อ ๒๕ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ ข้อ ๓๑ และข้อ ๓๓ ถึงข้อ ๔๖ มาใช้บังคับแก่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ และสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่การจัดให้มีสถานีเตือนภัยสำรอง

  3. มาตรา ๔๘

    ภายใต้บังคับข้อ ๕๐ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเก็บหรือใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ ภายในพื้นที่หวงกันเท่านั้น และต้องจัดให้มีมาตรการในการเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ รวมถึงมาตรการอื่นที่จำเป็นและผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วสำหรับการป้องกัน การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม ให้นำความในข้อ ๑๕ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๔ ข้อ ๒๕ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ ข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ข้อ ๓๕ ข้อ ๓๖ ข้อ ๓๗ ข้อ ๓๘ ข้อ ๔๒ ข้อ ๔๓ ข้อ ๔๔ ข้อ ๔๕ และข้อ ๔๖ มาใช้บังคับแก่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓ ด้วยโดยอนุโลม

  4. มาตรา ๔๙

    การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔ และสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔ ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) จำกัดการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์เฉพาะบุคลากรที่รับผิดชอบ

    (๒) จัดให้มีการเก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔ ในห้องหรือภาชนะที่ใส่กุญแจไว้ตลอดเวลา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

    (๓) จัดให้มีบัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔ บัญชีผู้เข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ บัญชีการใช้ วัสดุนิวเคลียร์ และรายงานการเข้าออกห้องเก็บวัสดุนิวเคลียร์หรือการไขกุญแจภาชนะที่เก็บรักษา วัสดุนิวเคลียร์ ให้นำความในข้อ ๔๔ ข้อ ๔๕ และข้อ ๔๖ มาใช้บังคับแก่การรักษาความมั่นคงปลอดภัย สำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔ ด้วยโดยอนุโลม

  5. มาตรา ๕๐

    วัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓ ที่เป็นวัสดุต้นกำลัง ให้ใช้วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย สำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๔

  1. หมวด ๓ การค้นหาและการเอากลับมาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ที่สูญหายหรือถูกเอาไปโดยมิชอบ

    ๗ มาตรา
  2. มาตรา ๕๑

    ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องจัดให้มีวิธีการ ที่ทำให้ตรวจพบการสูญหายของวัสดุนิวเคลียร์ได้โดยเร็ว

  3. มาตรา ๕๒

    ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องรายงาน การสูญหายของวัสดุนิวเคลียร์ต่อสำนักงานทันทีที่ทราบถึงการสูญหายหรือถูกเอาไปโดยมิชอบ

  4. มาตรา ๕๓

    ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องจัดให้มี การยืนยันการสูญหายของวัสดุนิวเคลียร์ พร้อมรายงานสาเหตุของการสูญหายโดยด่วน ทั้งนี้ ไม่เกินเจ็ดวัน นับแต่วันที่พบการสูญหายตามข้อ ๕๑ ในกรณีที่ประเมินสาเหตุของการสูญหายตามวรรคหนึ่งแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม ให้ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องรายงานการดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือหน่วยกำลังตอบโต้ตามแผน ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ด้วย การยืนยันการสูญหายของวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการโดยการสำรวจบัญชีควบคุม วัสดุนิวเคลียร์ โดยบัญชีดังกล่าวต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมด ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

  5. มาตรา ๕๔

    ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องจัดให้ แผนเผชิญเหตุมีการระบุมาตรการค้นหาและการเอากลับมาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ที่สูญหายหรือถูกเอาไปโดยมิชอบ แผนเผชิญเหตุต้องกำหนดให้มีการทดสอบและประเมินผลของมาตรการค้นหาและการเอากลับมา ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่งเป็นระยะ รวมทั้งการฝึกซ้อมร่วมกับสำนักงานและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

  6. มาตรา ๕๕

    ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องดำเนินมาตรการ ที่เหมาะสมสำหรับค้นหาวัสดุนิวเคลียร์ที่สูญหายไปโดยเร็วทั้งภายในและภายนอกสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก

  7. มาตรา ๕๖

    เมื่อพบวัสดุนิวเคลียร์ที่สูญหายหรือถูกเอาไปโดยมิชอบ ให้ผู้รับใบอนุญาต และผู้มีไว้ ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ แจ้งสำนักงานทันทีที่พบวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าว และจัดการ ดูแลรักษาวัสดุนิวเคลียร์นั้นให้อยู่ในสภาพเดิมในสถานที่ที่พบวัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าวตามขั้นตอน และวิธีการที่กำหนดในแผนเผชิญเหตุ ทั้งนี้ จนกว่าสำนักงานจะอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีไว้ ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ นำวัสดุนิวเคลียร์นั้นไปเก็บรักษาที่สถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ แล้วแต่กรณี

  8. มาตรา ๕๗

    ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ ต้องให้ความร่วมมือ กับสำนักงานและหน่วยงานอื่นของรัฐในการค้นหาและการเอากลับมาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ รวมถึง การสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดี

  1. หมวด ๔ การจำกัดผลกระทบทางรังสีหลังจากมีการก่อวินาศกรรม

    ๓ มาตรา
  2. มาตรา ๕๘

    ผู้รับใบอนุญาตต้องประเมินผลกระทบทางรังสีจากการกระทำหรือพยายามกระทำการเอาไป ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม

  3. มาตรา ๕๙

    ในกรณีที่พบการกระทำหรือพยายามกระทำการก่อวินาศกรรม ให้ผู้รับใบอนุญาต แจ้งสำนักงาน หน่วยกำลังตอบโต้ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ ในแผนเผชิญเหตุ

  4. มาตรา ๖๐

    ในแผนเผชิญเหตุ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดมาตรการหลังการก่อวินาศกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายลุกลาม ซึ่งรวมถึงการรักษาความปลอดภัยของสถานประกอบการ ทางนิวเคลียร์ และการปกป้องบุคลากรและอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ยามฉุกเฉินด้วย

  1. บทเฉพาะกาล

    ๑ มาตรา
  2. มาตรา ๖๑

    ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ตามระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วย วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการทบทวนและปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยเสนอเป็นแผนความมั่นคงปลอดภัย ทางนิวเคลียร์ต่อเลขาธิการ และได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘

    (๑๘) มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๑/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย ทางนิวเคลียร์เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตและผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

ดังนี้

วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน