มาตรา ๒
ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙พ.ศ. ๒๕๖๘”
ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙พ.ศ. ๒๕๖๖ลงวันที่ ๙ตุลาคม๒๕๖๖
ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
(๑) รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(๒) ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจ
(๓) ผู้อำนวยการกองข้อมูลธุรกิจ
(๔) ผู้อำนวยการกองกำกับบัญชีธุรกิจ
(๕) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย
(๖) ผู้อำนวยการกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ
(๗) ผู้อำนวยการกองธรรมาภิบาลธุรกิจ
(๘) ผู้อำนวยการกองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน
(๙) ผู้อำนวยการกองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ
(๑๐) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ และกองธรรมาภิบาล ธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(๑๑) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือ ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปีและผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชน และธุรกิจพิเศษ และกองธรรมาภิบาลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(๑๒) นิติกรตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักกฎหมาย กรมพัฒนา ธุรกิจการค้า
ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย เฉพาะในท้องที่จังหวัดซึ่งความผิดทางพินัยได้เกิดขึ้น
(๑) พาณิชย์จังหวัด
(๒) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
(๓) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือปฏิบัติ หน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปี และผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙