arnon.work

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๔๙๙๖ มาตราลำดับ ๒๔ จาก ๒๖ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๔๙๙
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ พ.ศ. ๒๕๖๘ ตามที่มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙พ.ศ. ๒๕๖๖ลงวันที่ ๙ตุลาคม๒๕๖๖นั้น โดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าวกำหนดให้นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับ ชำนาญการขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ซึ่งเป็นไปตามข้อ ๑๐ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖แต่เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์มีอัตรากำลังของข้าราชการที่มีตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไปไม่เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ประกอบความเห็นของคณะกรรมการ ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย เรื่องเสร็จที่ ๑๓๕๓/๒๕๖๗เรื่อง การพิจารณาอนุมัติให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการแตกต่างจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. มาตรา ๒

    ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙พ.ศ. ๒๕๖๖ลงวันที่ ๙ตุลาคม๒๕๖๖

  3. มาตรา ๓

    ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

    (๑) รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๒) ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจ

    (๓) ผู้อำนวยการกองข้อมูลธุรกิจ

    (๔) ผู้อำนวยการกองกำกับบัญชีธุรกิจ

    (๕) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

    (๖) ผู้อำนวยการกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ

    (๗) ผู้อำนวยการกองธรรมาภิบาลธุรกิจ

    (๘) ผู้อำนวยการกองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน

    (๙) ผู้อำนวยการกองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ

    (๑๐) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ และกองธรรมาภิบาล ธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๑๑) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือ ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปีและผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชน และธุรกิจพิเศษ และกองธรรมาภิบาลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๑๒) นิติกรตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักกฎหมาย กรมพัฒนา ธุรกิจการค้า

  4. มาตรา ๔

    ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย เฉพาะในท้องที่จังหวัดซึ่งความผิดทางพินัยได้เกิดขึ้น

    (๑) พาณิชย์จังหวัด

    (๒) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

    (๓) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือปฏิบัติ หน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปี และผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

  5. มาตรา ๕

    ให้ข้าราชการตามข้อ ๓หรือข้อ ๔แล้วแต่กรณี คนหนึ่งคนใดมีอำนาจ ปรับเป็นพินัยในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

  6. มาตรา ๖

    ให้ข้าราชการตามข้อ ๓หรือข้อ ๔แล้วแต่กรณี มีอำนาจปรับเป็นพินัย ในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท โดยต้องทำเป็นองค์คณะ ประกอบด้วยข้าราชการไม่น้อยกว่าสามคน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๓กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๒/ตอนพิเศษ๑๑๔ง/หน้า ๙/๗มีนาคม๒๕๖๘

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน