มาตรา ๑๑
ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการกำกับ ควบคุม และตรวจสอบการดำเนินการ ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายในพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและตรวจสอบตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ และให้องค์การเภสัชกรรมและสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือ กับสำนักงาน ป.ป.ส. และปฏิบัติตามคำแนะนำของเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการดำเนินการเกี่ยวกับ มาตรการควบคุมและตรวจสอบที่จำเป็นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้
ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูก และสกัดสารสำคัญ พร้อมทั้งตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ รายงานรับจ่าย และการทำลายพืชฝิ่น และสารสกัดจากพืชฝิ่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ และแจ้งข้อมูลประจำปีให้สำนักงาน อย. ทราบภายใน วันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. รายงานผลการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ให้คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทราบทุกหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๕ แห่งประมวลกฎหมาย ยาเสพติด บัญญัติให้การกำหนดเขตพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดเพื่อทดลองเพาะปลูกพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติด ให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรือเพื่อผลิตและทดสอบ เกี่ยวกับยาเสพติด และการกำหนดให้มีมาตรการควบคุมและตรวจสอบการกระทำดังกล่าว ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงสมควรกำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙