arnon.work

มาตรา ๙

มาตรา ๗

ให้ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ในเขตพื้นที่ ตามมาตรา ๔ โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

(๑) สถานที่สกัด

(ก) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่สกัด โดยเป็นป้ายที่ทำจาก วัสดุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่สกัดพืชฝิ่น ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

(ข) แสดงแบบแปลนของตัวอาคาร ชั้น โรงเรือน หรือสถานที่สกัด ณ สถานที่สกัด

(ค) ประตูทางเข้าออกพื้นที่สกัดทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกันการเข้าถึง จากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และจำกัดจำนวนประตูเข้าออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึง ทางหนีไฟด้วย

(๒) การรักษาความปลอดภัย

(ก) ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่สกัดและบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีระบบบันทึก ความจำและให้สำรองข้อมูลโดยอาจถ่ายโอนข้อมูลไว้ในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้เป็น ระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

(ข) ควบคุมการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจล็อกหรือการควบคุมการเข้า ออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ ในกรณีที่บุคคลภายนอก จะเข้ามาศึกษาดูงานต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจาก ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม

(ค) จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่สกัดและพื้นที่โดยรอบ

(ง) จัดให้มีรายชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการติดต่อ กรณีฉุกเฉิน

(จ) จัดให้มีมาตรการตรวจสอบมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลักลอบนำพืชฝิ่นหรือสารสกัดจาก พืชฝิ่นออกนอกพื้นที่

(ฉ) ในกรณีที่พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่และเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบโดยเร็ว

(๓) สถานที่จัดเก็บพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นจะต้องแยกเป็นสัดส่วน และจัดเก็บ ในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรง และมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน

(๔) ในกรณีที่จะส่งตัวอย่างพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นไปวิเคราะห์เพื่อวัดระดับปริมาณ สารสำคัญและสารปนเปื้อน ให้องค์การเภสัชกรรมส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการในสังกัด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยแจ้งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

(๕) การทำลายพืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นที่เหลือจากการศึกษาวิจัย ให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการทำลายด้วยวิธีทำลายสภาพหรือทำให้พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นเสื่อมสภาพไม่สามารถ นำกลับมาใช้ได้อีก โดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบก่อนการทำลายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

(๖) การรายงาน

(ก) ให้จัดทำบัญชีรับจ่ายพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นและรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกสามเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ

(ข) ให้รายงานความคืบหน้าผลการศึกษาวิจัยการทดลองสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ

มาตรา ๘

ให้อธิการบดีของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ หรือผู้ได้รับมอบหมายจาก อธิการบดีเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควาย ในเขตพื้นที่ตามมาตรา ๕ โดยให้นำมาตรการควบคุมและตรวจสอบการเพาะปลูกพืชเห็ดขี้ควาย ตามมาตรา ๖ และมาตรการควบคุมและตรวจสอบการดำเนินการสกัดสารสำคัญตามมาตรา ๗ มาใช้บังคับแก่การควบคุมการเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควายด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้ ผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการและผู้ปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ พึงระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงมิให้นิสิตหรือนักศึกษาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษาวิจัยดังกล่าว เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยสถาบันการศึกษาจะต้องแจ้ง และขอความยินยอมจากผู้ปกครองของนิสิตหรือนักศึกษาด้วย กรณีที่จะส่งตัวอย่างพืชเห็ดขี้ควายหรือสารสกัดจากพืชเห็ดขี้ควายไปวิเคราะห์เพื่อวัดระดับ ปริมาณสารสำคัญและสารปนเปื้อนภายในพื้นที่ของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ให้ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการขนส่งพืชเห็ดขี้ควายหรือสารสกัดจากพืชเห็ดขี้ควายแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิการบดี ของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ทราบก่อนการขนส่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ๙

ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการกำกับ ควบคุม และตรวจสอบการดำเนินการ ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายในพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและตรวจสอบตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ และให้องค์การเภสัชกรรมและสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือ กับสำนักงาน ป.ป.ส. และปฏิบัติตามคำแนะนำของเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการดำเนินการเกี่ยวกับ มาตรการควบคุมและตรวจสอบที่จำเป็นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๑๐

ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูก และสกัดสารสำคัญ พร้อมทั้งตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ รายงานรับจ่าย และการทำลายพืชฝิ่น และสารสกัดจากพืชฝิ่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ และแจ้งข้อมูลประจำปีให้สำนักงาน อย. ทราบภายใน วันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. รายงานผลการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ให้คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทราบทุกหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๑

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๕ แห่งประมวลกฎหมาย ยาเสพติด บัญญัติให้การกำหนดเขตพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดเพื่อทดลองเพาะปลูกพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติด ให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรือเพื่อผลิตและทดสอบ เกี่ยวกับยาเสพติด และการกำหนดให้มีมาตรการควบคุมและตรวจสอบการกระทำดังกล่าว ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงสมควรกำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙

พระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. 2568 มาตรา ๙ · arnon.work